RSS

คำต่อคำ! เปิดใจ..”เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ” กับ กรณี การโพสต์ FaceBook เตือนเรื่องข้าว

11 ก.ค.

image

11  กรฏาคม 2556 – วันนี้ ที่ บริษัท ทีวีบูรพา นายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ  หรือ พี่เช็ค ได้ เปิดโต๊ะ แถลงชี้แจงการโพสต์ข้อความเรื่องข้าว ลงเฟสบุ๊ค ดังนี้…


(คลิป..แถลงข่าววันนี้)

“ความจริงเจตนา ไม่ได้อยากให้มีวันนี้ แต่ว่าผมมีความรู้สึกว่าสิ่งที่ผมเจตนาในขั้นต้น ซึ่งเป็นเจตนาที่บริสุทธิ์ มันได้ลุกลาม บานปลาย มันทำให้ตัววัตถุประสงค์มันคลาดเคลื่อนไปจากความตั้งใจ ชนิดที่คาดไม่ถึง ผมคิดว่าทางเดียวที่จะสื่อสารความเป็นจริง และเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น รวมถึงเจตนาให้รับทราบโดยทั่วกันโดยเร็วที่สุด จึงต้องอาศัยสื่อมวลชนในเบื้องต้น และในส่วนอื่นๆ คิดว่า ผมจะต้องแก้ไขตามไปภายหลัง

ทุกท่านคงทราบดีจากกรณีที่เกิดขึ้น ผมโพสต์ในเฟสบุ๊ค มีเจตนาบริสุทธิ์ใจ 2 ประการ คือ ประการแรก มีความกังวลต่อเรื่องความปลอดภัยที่จะเกิดขึ้นต่อสุขภาพของผู้ที่บริโภคข้าวอย่างแท้จริง เพราะข่าว หรือ ข้อมูลที่ผมได้โพสต์ลงไป เป็นข้อมูลที่เราได้เห็นกันมาช่วงระยะเวลาหนึ่งแล้ว แต่ยังไม่มีความเคลื่อนไหว หรือความชัดเจนใดๆ ที่จะคลายความวิตกกังวลของผู้ที่ต้องกินข้าว

image

(ภาพ..จากไลน์ ที่ จนท.บ.ทีวีบูรพา นำมาถ่ายเอกสารแจกให้สื่อมวลชน)

ตัวเนื้อหาข้อมูลที่ผมได้โพสต์ ไม่ใช่สิ่งที่ผมเขียนขึ้น แต่เป็นสิ่งที่มีคนส่งต่อกันมา (ทางไลน์) และผมก็อปปี้โพสต์ต่อในเฟสบุ๊คผมเท่านั้น โดยเจตนาประการแรก ผมกังวลต่อสุขภาพของคนที่กินข้าว แต่เจตนาอีกประการ คือ ผมทำสื่อมาหลายสิบปี ผมทราบดีว่า เรื่องอะไรที่ควรระมัดระวัง  ผมมีความเข้าใจตั้งแต่ต้นว่า การพาดพิงแบบไหน จะก่อให้เกิดผลเสียหายอะไร ที่เป็นข้อควรระมัดระวัง และผมรู้สึกว่า ข้อมูลที่ได้รับมาในด้านหนึ่ง ไม่ใช่เรื่องที่ควรให้ประชาชนผู้บริโภคได้รู้เท่านั้น ให้รู้นี่ไม่ใช่เพื่อให้เชื่อ แต่เพื่อจะให้มีการดำเนินการ ทำให้เรื่องนี้กระจ่าง และคลายความกังวล

แต่อีกด้านก็คิดว่าไม่เป็นธรรมสำหรับผู้ที่ถูกพาดพิงชื่อยี่ห้อข้าว หรือโรงสีของผู้เกี่ยวข้อง ฉะนั้นเจตนาของผม คิดว่าควรจะสื่อสารให้เค้าได้รู้ว่า เค้ากำลังตกเป็นข่าวเช่นนี้อยู่  

แต่เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ขณะผมกำลังเขียนชี้แจงเจตนารมย์ รวมถึงรายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับหลายภาคส่วน ผมใช้ไอโฟนในการโพสต์ บังเอิญขณะที่ผมกำลังแก้คำผิด นิ้วผมมันไปโดนโพสต์ซะก่อน ขณะที่ผมเขียนได้แค่ 2 ประโยคเท่านั้น ยังเขียนรายละเอียดเจตนารมย์ รวมทั้งสิ่งที่ผมจะบอกกล่าวไปยังทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ยังไม่ครบ เมื่อเป็นอย่างนี้ ผมรู้สึกไม่สบายใจ และโดยเวลาอันรวดเร็ว ซึ่งผมคิดว่า หากสามารถเช็คระยะเวลาเนื้อหาความที่โพสต์อยู่ได้ จะเห็นว่า ไม่กี่นาทีเท่านั้น ผมก็รีบดำเนินการลบข้อความนั้นออกไป แต่ผมไม่สามารถจัดการได้ด้วยตัวเอง ต้องไปพึ่งพาผู้อื่น อีก 2-3 คน ก็ใช้เวลาระยะหนึ่ง   แต่สิ่งที่มันเกิดผลลุกลาม

หลังจากผมลบไปแล้วในเวลาอันรวดเร็ว ผมคิดว่ามาจากการที่มีผู้นำสิ่งที่ผมโพสต์ไปขยายผลต่อเติม และใส่ความคิดเห็นตัดทอน สิ่งที่ผมโพสต์ลงไป แล้วมันทำให้ดีกรี ความเข้าใจ หรือเจตนารมย์เบี่ยงเบนไปจากเดิม โดยเฉพาะเรื่องที่ถูกทำให้เข้าใจว่า มันเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับการเมือง

ผมขอยืนยันว่าเจตนารมย์ของผมไม่มีเรื่องที่เกี่ยวกับเรื่องนี้เลย เรื่องทีเกี่ยวกับการดิสเครดิตสินค้า หรือข้าวตามรายชื่อที่ปรากฎ ไม่ใช่ความตั้งใจของผม  ในความรู้สึกจริงๆ คือ ผมคิดว่าสุดท้าย ผมก็เป็นเหยื่อของสิ่งที่ผมทำเอง และผมตกเป็นเครื่องมือของการขยายผลหรือเจตนาที่เบี่ยงเบนไปไกลจากวัตถุประสงค์เดิม หากใครไล่ดูที่ผมโพสต์ จะเห็นลำดับความเป็นจริงหรือเจตนารมย์ของผมที่กล่าวมา ความตั้งใจบริสุทธิ์ใจของผมมาจากวิธีคิดที่ยึดหลักพระพุทธศาสนา ที่ถูกสอนให้เชื่อว่าไม่ว่าใครก็ตามที่เป็นมนุษย์ร่วมโลก เราไม่ควรเบียดเบียนกันและกัน ผมไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดภาวะการเบียดเบียนครั้งใหญ่ในสังคม คิดว่าเป็นหน้าที่ของผม และควรรับผิดชอบต่อความไม่รู้ หรืออึดครึมบางอย่ง กุศลและเจตนาของผมมีเพียงเท่านี้
ซึ่งการลุกลามบานปลาย ถึง ณ วันนี้ ผมมีความไม่สบายใจอย่างยิ่ง จึงแถลงในวันนี้”  

หลังจากนั้น ก็เปิดโอกาสให้สื่อมวลชนซักถาม  

image

ถาม สมาคมผุ้ประกอบการ เตรียมฟ้องร้อง 

ตอบ ก่อนหน้านี้ เมื่อโพสต์แล้วไม่ครบถ้วนตามเจตนารมย์แต่แรกแล้ว นั่นคือการรีบลบอย่างเร็วที่สุด แต่เจตนารมย์ที่อยากให้ความมั่นใจและความปลอดภัยของผู้บริโภค อันนั้นก็ไม่อยากลบทิ้ง ต่อมาจะเห็นว่าผมชี้แจงถึงสิ่งที่ขาดหาย หรือตกหล่น จากการเกิดอุบัติเหตุมือไปโดนโพสต์ซะก่อน ผมคิดว่าได้ชี้แจงเจตนารมย์อย่างชัดเจน ในความเสียหายที่เกิดขึ้น และกำลังจะดำเนินการ ผมคิดว่าสิ่งที่จะทำต่อไป คือ จะต้องไปพบกับทุกฝ่ายที่เกิดความเสียหาย เพื่อชี้แจงให้เข้าใจความเป็นจริง แต่ผลจะเป็นอย่างไรจะต้องดูผลหลังจากนั้น   

ถาม เห็นว่าจะขอพบกับซีพี 

ตอบ ผมมีความบริสุทธิ์ใจในการจะไปชี้แจง แต่จะได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับการประสานงาน   

ถาม เตรียมรับสถานการณ์ การฟ้องร้องของฝ่ายต่างๆ อย่างไร 
ตอบ สิ่งที่ผมเตรียมมากที่สุด คือเตรียมใจตัวเอง ให้เข้าใจต่อความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าผมทำได้เท่านั้น   

ถาม มอบปราฏการณ์ กระแสข่าว เรื่องข้าว กับสารเคมีอย่างไรบ้าง 

ตอบ ผมพูดจากความรู้สึกในหัวใจส่วนลึกได้ ว่าผมมีความห่วงใย เรื่องอาหารที่จะก่อให้เกิดความเจ็บป่วย โรคภัยไข้เจ็บต่อผู้บริโภค เรื่องนี้ไม่ใช่เป็นความกังวลของผมตามลำพัง แต่ผมเชื่อว่าการส่งข้อมูลข่าวสารในเฟสบุ๊ค หรือ ที่อื่นๆ มีการพูด และถามเรื่องนี้กันมาก และเรื่องนี้หากผู้บริโภคได้รับความกระจ่างชัดเจน มันจะเป็นการคลายความกังวล การที่ใครก็ตามสามารถทำให้ผู้บริโภคคลายความกังวล ผมคิดว่ามันเป็นความรับผิดชอบ เป็นสิ่งที่ดีที่ควรทำ น่าสรรเสริญ ไม่น่าจะมีใครที่ไปตำหนิ  

ถาม เรื่องข้าว เท่าที่คุณสุทธิพงษ์ ได้ติดตามข้อมูล และทำเกี่ยวกับเรื่องข้าวคุณธรรมอยู่ด้วย มีข้อมูลอะไรที่รับรู้มาบ้าง 

ตอบ เรื่องข้าวคุณธรรม กับข้าวทั้งหลายที่ขายในท้องตลาด มันเปรียบเทียบกันไม่ได้ ข้าวคุณธรรมเหมือนกับขี้เล็บ เหมือนมดก็ได้ นิดเดียว แล้วข้าวอื่นๆ เหมือนกับช้างทั้งโขลง มันคนละเจตนาน คนละวัตถุประสงค์ มันไม่เกี่ยวกับเลย  

ถาม ผู้ประกอบการบอกว่า จากข่าวที่กระจาย และทำให้ยอดขายลดลง

ตอบ เจตนาบริสุทธิ์ คิดว่าเรื่องที่ถามเป็นเรื่องต้องคิด หากมีโอกาสชี้แจง ผมคิดง่ายๆ ว่า เบื้องต้น บนความบริสุทธิ์ใจ หากคนไทยด้วยกันได้ฟังในสิ่งที่เป็นเจตนา น่าจะเป็นเรื่องที่เข้าใจได้   

ถาม การแจกเอกสาร ที่มีภาพไลน์ ตัวต้นฉบับที่ส่งข้อมูล และได้ตรวจสอบข้อมูลหรือไม่ 

ตอบ เป็นสิ่งที่ส่งต่อกันมา ซึ่งเจตนาการโพสต์ของผม คือตั้งใจเขียนบอกทั้ง 2 ฝ่าย ว่าเค้ากำลังถูกพาดพิง จึงน่าจะเป็นผู้มีส่วนในการทำเรื่องนี้ให้ปรากฎ ผมมีเจตนาเดียวคือไม่อยากให้ใครไปก่อกรรมทำเข็ญ หรือเบียดเบียนกับใคร เจตนาทำให้ผู้คิดว่า ความสำคัญ คือการได้พูดตัวเจตนา แต่บังเอิญเกิดอุบัติโดยบังเอิญ เช่นนั้น   

image

ถาม บ.ซีพี เป็นคนสนับสนุนสปอนเซอร์ จีเอสแอลด้วย คิดว่าจะมีผลกระทบหรือไม่

ตอบ ผมคิดว่า ความรับผิดชอบของผมในทีวีบูรพา และบริษัทเจ เอส แอล คิดว่าควรจะแยกแยะ เพราะเจเอสแอลไม่เกี่ยวข้องกับกรณีนี้ ทั้งหมดเป็นการกระทำส่วนบุคคลของนายสุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ   

ถาม ในฐานะเป็นสื่อมวลชน และการเผยแพร่เรื่องนี้กระทบความน่าเชื่อถือ

ตอบ ผมคิดว่ามันไม่สามารถจะหยุด หรือปล่อยให้เรื่องนี้บานปลาย เนื่องจากเกิดการปรุงแต่ง โดยการหยิบในสิ่งที่ผมมีส่วนร่วมเบื้องต้น และขยายต่อปรุงแต่ง จนกลายเป็นความเข้าใจผิด ที่ระบาด ผมคิดว่า พุทธศาสนาสอนให้ผมรับผลของการกระทำ หากว่ามันเกิดอะไรขึ้นจากสิ่งที่ผมกระทำ และผมควรจะรับ ผมคิดว่า ผมก็ควรจะต้องรับ   

ถาม ในฐานะเป็นสื่อ และคนไทย มองนโยบายรับจำนำข้าวของรัฐบาล อย่างไร 

ตอบ ผมเขียนในเฟสบุ๊คชัดเจน ขอความกรุณาอย่าลากผมไปเกี่ยวข้องกับความขัดแย้ง หรือ ไม่ใช่เจตนารมย์ของผม เพราะหลายปีที่ผ่านมา ที่สังคมมีความขัดเแย้ง เข้าไปดูในเฟสบุ๊คได้เลยว่า ผมมีส่วนร่วในการเอาตัวเองเข้าไปอยุ่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือไม่ ซึ่งหลักยึดในชีวิตของผมที่เชื่อถือสูงสุด คือ พุทธศาสนา ที่สอนให้มองมนุษย์เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย สอนให้ขจัดความโกรธ เกลียด รักชอบ ชัง หรืออะไรก็ตามที่ทำให้เรามีกิเลศอยู่ในจิตใจ ผมพยายามจะดำรงตัวอยู่ในหลักการนี้มาตลอด เรื่องนี้ไม่เกี่ยวกับเรื่องที่ผ่านมา ผมไม่มีความสุขที่จะทำเช่นนั้นได้ ผมไม่มีความสามารถที่จะไปขุดคุ้ยและไม่มีความคิดที่จะเท่า มันเป็นหน้าที่ของคนที่มีอยู่แล้ว   

ถาม เจตนา ที่พูดเรื่องข้าวในเฟสบุ๊ค หากไม่พูดเรื่องยี่ห้อ มองว่าข้าวประเทศไทยตอนนี้เป็นยังไง

ตอบ เจตนาผมมีประการเดียว คือ อยากให้ผู้บริโภคที่ต้องกินข้าว ที่ลือกันว่าไม่น่าจะปลอดภัย เค้าได้สบายใจ  ถาม เจตนา คือ มองว่าเป็นห่วงต่อการบริโภคของคนใช่หรือไม่ตอบ ถูกต้องครับ   ถาม ที่บอกว่าพร้อมรับต่อสิ่งที่เกิดขึ้น ได้เตรียททีมทนายไว้ต่อสู้หรือไม่ ตอบ เบื้องต้น ผมพร้อมที่จะเข้าไปชี้แจงหรือทำความเข้าใจ หรือมีส่วนร่วมในการแก้ไขผลกระทบที่เกิดขึ้น   

ถาม ตั้งใจจะบอกอะไรกับคนที่เกี่ยวข้องบ้าง 

ตอบ ผมคิดว่าผมต้องไปฟังเค้าก่อน ว่าเค้าจะพูดอะไร จะเข้าใจอย่างไร หรือจะด่าอย่างไร ผมต้องฟังก่อน และผมจะขอเวลาเพื่อจะได้เล่า และอธิบายความเป็นจริงที่เกิดขึ้น ส่วนจะส่งผลอะไร ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ   

ถาม เฟสบุ๊คข้าวคู่กรณี ลงประกาศชวนให้ไปดูกระบวนการ จะตอบรับหรือไม่ 

ตอบ ผมเป็นคนทำสารคดีที่มีเวลาอยู่ในช่อง แค่ 2-3 รายการ แล้วรายการที่ทำ มีการเซ็นเอ็มโอยูกับช่องชัดเจนเกี่ยวกับรูปแบบรายการ ว่าจะต้องเป็นแบบไหน ฉะนั้นไม่ได้หมายความว่าผมปฏิเสธ หรือไม่อยากไป แต่ผมคิดว่าการนำข่าวสารเรื่องนี้ไปถึงประชาชนในวงกว้าง อาศัยตัวสื่อที่ผมทำและต้องส่งรายการล่วงหน้า ต้องถ่ายรายการหลายอาทิตย์ มันไม่เป็นจริง มันควรจะเป็นสื่อที่ทำข่าว หรืออีกประเภทหนึ่ง ที่ผมปฏิเสธ ไม่ใช่ไม่อยากไป แต่ผมไม่สามารถจะทำหน้าที่ ให้มันบรรลุในสิ่งที่ข่าวสารมันควรจะสื่อสารได้ แต่ถ้าสมมติว่า มีเวลาและมันเป็นไปได้ในงานที่ผมทำอยู่ หลังจากนี้ ก็ขึ้นอยู่กับเหตุปัจจัย แต่ในส่วนที่เป็นความรับผิดชอบ ใช้สื่อที่เรามีอยู่ ทำให้สิ่งที่มันคลาดเคลื่อนจากเจตนารมย์ เป็นไปตามเจตนารมย์ได้ ผมคิดว่า ผมควรจะทำ  

image

ถาม พร้อมจะขอโทษหรือไม่ 

ตอบ ผมพร้อมมากกว่าขอโทษอีก และผมทราบดีในฐานะคนทำสื่อว่า สิ่งไหนควรจะระมัดระวัง สิ่งที่มันเกิดขึ้น มันเป็นอุบัติเหตุจริงๆ ไม่ใช่มาจากความตั้งใจ หรือความไม่ตระหนักรู้   

ถาม อนาคต หากมีข้อมูลในแนวๆนี้ออกมาอีก จะทำให้เข็ดต่อการส่งต่อข้อมูลหรือไม่ 

ตอบ คิดว่าหน้าที่ต่อเรื่องความถูกต้อง หรือสิ่งที่เป็นกุศลจิต ที่เราสามารถทำได้ มันเป็นหน้าที่ของมนุษย์ เราต้องทำ แต่สิ่งที่บอกไป คือ เจตนาไม่อยากให้ใครเบียดเบียนใคร แต่สุดท้ายแล้ว สิ่งที่ผมทำโดยไม่ตั้งใจ กลายเป็นส่วนหนึ่งของการเบียดเบียนเอง ก็เป็นสิ่งที่ผมไม่สบายใจแต่ไม่ใช่เรื่องที่ทำให้ผมกลายเป็นคนไม่ยืนหยัดบนสิ่งที่ผมเชื่อ ผมคิดว่าสิ่งเดียวที่ผมยึดในชีวิต คือ หลักพระพุทธศาสนา ของพระพุทธเจ้า   

ถาม มีการได้ข้อมูลมาบ้างหรือไม่ ว่า ข้าวพบความผิดปกติ

ตอบ ผมเป็นผู้บริโภคคนหนึ่ง ผมได้ข้อมูลที่เล่าลือกันมาแล้วเกิดความวิตกกังวลต่อข้อมูลนั้นเหมือนคนๆ อื่น และต้องการความกระจ่างเหมือนคนอื่นๆ ไม่ใช่เพราะมันมีผลกระทบต่อผมเท่านั้น แต่เพื่อน ญาติสนิท มิตร คนที่ปรารถดีกับผม และเพื่อนมนุษย์อีกมาก   

ถาม รู้สึกเสียใจมั้ย ต่อสิ่งที่ไม่ตั้งใจจะทำ แต่มันมีผลกระทบวงกว้าง แล้วทำร้ายระบบข้าวของไทยขณะนี้ 

ตอบ ที่ผมแถลงในวันนี้ เพราะผมไม่สบายใจต่อสิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมด ดูหน้าผมสิครับว่า มีความสุขต่อสิ่งที่เกิดขึ้นหรือเปล่า   

ถาม ทราบเรื่องโรงสีแจ้งความหรือยัง 

ตอบ ทราบแล้ว ครับ ผมเริ่มต้นทำในสิ่งที่ผมต้องทำตามลำดับ ผมยินดีจะไป แต่ไม่ได้คิดว่าเป็นเรื่องความท้าทาย แต่เป็นความบริสุทธิ์ใจที่มีต่อผู้บริโภค  

ถาม ได้ติดต่อชี้แจงกับหน่วยไหนเพื่อขอชี้แจงบ้างแล้วหรือยัง

ตอบ จะติดต่อไปหลังจากนี้ ว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป  

 

One response to “คำต่อคำ! เปิดใจ..”เช็ค สุทธิพงษ์ ธรรมวุฒิ” กับ กรณี การโพสต์ FaceBook เตือนเรื่องข้าว

  1. สหาย พันจอก

    กรกฎาคม 12, 2013 at 01:49

    ผมเชื่อ…ว่าเป็นเรื่องจริง!

    รัฐบาลค่อนข้างเฉยเมยต่อปัญหาจำนำข้าว
    พูดเป็นอยู่คำเดียว ชาวนาได้ประโยชน์

    ข้าวเน่าคาโกดังหลายแ่ห่ง
    โกดังเก็บข้าวถูกเผา
    คือสิ่งที่เห็นและรับรู้กันอยู่

    การนำข้าวต่างประเทศมาสวมสิทธิ์จำนำ
    รัฐบาลมองว่าเป็นการใส่ความ

    เพราะฉะนั้นเรื่องสารพิษในข้าว
    ก็ถูกมองว่าเป็นเรื่องถูกใส่ความอีก

    งานนี้ คุณสุทธิพงษ์รับศึกหนัก
    แต่เชื่อว่าเอาตัวรอดได้

     

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: