RSS

(บทวิเคราะห์) : ครม.ปรับลดราคารับจำนำข้าว โดย ศูนย์วิจัยฯ ไทยพาณิชย์

20 มิ.ย.

ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ไทยพาณิชย์ วิเคราะห์ กรณี ครม. มีมติเมื่อวันที่ 18 มิถุนายน 2556 ปรับลดราคารับจำนำข้าวนาปรัง และจำกัดวงเงินรับจำนำข้าวต่อครัวเรือน

ครม. มีมติปรับลดราคารับจำนำข้าวเปลือกเจ้านาปรัง สำหรับปีการผลิต 2013 จาก 15,000 บาทต่อตัน เป็น 12,000 บาทต่อตัน โดยจะมีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 30 มิ.ย. 2013 พร้อมทั้งมีมติจำกัดวงเงินในการรับจำนำข้าวของเกษตรกรไว้ที่ 500,000 บาทต่อครัวเรือน จากเดิมที่ไม่จำกัดวงเงิน ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ทันที

โดยเบื้องต้น EIC ประมาณการว่า ในกรณีที่ดีที่สุด (best-case scenario) รัฐบาลจะสามารถลดภาระขาดทุนจากข้าวนาปรังปีการผลิต 2013 ที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวและคาดว่าจะเข้าสู่โครงการรับจำนำได้ราว 7,400 ล้านบาท การรับจำนำข้าวเปลือกเจ้าที่ตันละ 15,000 บาท ทำให้มีต้นทุนการผลิตข้าวสารอยู่ที่ราว 23,200 บาทต่อตัน (รวมค่าสี และค่าวัตถุดิบ โดยการผลิตข้าวสาร 1 ตัน จะต้องใช้ข้าวเปลือกประมาณ 1.5 ตัน) ซึ่งหากรัฐบาลสามารถขายข้าวได้ที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% (F.O.B price) ณ ปัจจุบัน ซึ่งอยู่ที่ราว 16,400 บาทต่อตัน รัฐบาลจะมีภาระขาดทุนเกือบ 6,800 บาทต่อตัน แต่หากรัฐบาลปรับลดราคารับจำนำลงมาอยู่ที่ 12,000 บาทต่อตัน จะทำให้มีต้นทุนการผลิตลดลงเหลือเพียงประมาณ 18,700 บาทต่อตัน ซึ่งจะทำให้รัฐบาลมีภาระขาดทุนอยู่ที่ราว 2,300 บาทต่อตัน หรือมีผลขาดทุนลดลงจากราคารับจำนำเดิมประมาณ 4,500 บาทต่อตัน ทั้งนี้ EIC คาดการณ์ว่า จะมีปริมาณข้าวเปลือกนาปรังเข้าสู่โครงการรับจำนำเพิ่มเติมจากผลผลิตข้าวที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวอีกประมาณ 2.5 ล้านตัน หรือคิดเป็นข้าวสาร 1.6 ล้านตัน ซึ่งการปรับลดราคารับจำนำดังกล่าวจะช่วยให้รัฐบาลสามารถลดภาระขาดทุนลงได้ราว 7,400 ล้านบาท

EIC มองว่า เกษตรกรที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการดังกล่าวมากที่สุดคือ เกษตรกรในเขตภาคกลางและภาคเหนือ เนื่องจากผลผลิตข้าวนาปรังส่วนใหญ่ของไทยกว่า 90% มาจากพื้นที่ภาคกลาง (48%) และภาคเหนือ (42%) ในขณะที่ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องอื่นๆ เช่น ผู้ประกอบการโรงสีข้าวที่เข้าร่วมโครงการไม่น่าจะได้รับผลกระทบมากนัก เนื่องจากคาดว่าผลผลิตข้าวนาปรังส่วนที่ยังไม่ได้เก็บเกี่ยวน่าจะเข้าสู่โครงการรับจำนำเกือบทั้งหมด

ราคาส่งออกข้าวไทยมีแนวโน้มปรับตัวลดลง ปัจจุบันทั่วโลกมีผลผลิตข้าวอยู่ในระดับสูงทำให้ราคาส่งออกข้าวของประเทศต่างๆ ปรับตัวลดลง ยกตัวอย่างเช่น ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของเวียดนามที่ปรับตัวลดลงราว 10% (YOY) ในช่วง 5 เดือนแรกของปีนี้ ในขณะที่ราคาส่งออกข้าวขาว 5% ของไทยกลับปรับตัวเพิ่มขึ้น 4% ในช่วงเวลาเดียวกัน ซึ่งเป็นผลมาจากนโยบายรับจำนำข้าว ดังนั้น การปรับลดราคารับจำนำข้าวลงจะช่วยให้ต้นทุนของผู้ส่งออกและราคาส่งออกข้าวไทยปรับตัวลดลงตามไปด้วย

ราคาข้าวไทยที่ปรับตัวลดลง จะช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ซึ่งจะส่งผลดีต่อการส่งออกข้าวในระยะต่อไป การที่ราคาข้าวไทยปรับตัวลดลงจะทำให้ส่วนต่างราคาส่งออกข้าวขาวของไทยกับประเทศคู่แข่งปรับตัวลดลงตามไปด้วย ทั้งนี้ปัจจุบันส่วนต่างราคาส่งออกข้าวขาวของไทยกับเวียดนามอยู่ที่ 162 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน จากเดิมที่เคยมีส่วนต่างราคาราว 60-70 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อตัน ซึ่งสถานการณ์ที่เกิดขึ้นดังกล่าว ส่งผลให้ประเทศผู้นำเข้าหันไปนำเข้าข้าวจากประเทศคู่แข่งอื่นที่มีราคาถูกกว่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากมีคุณภาพข้าวที่ไม่แตกต่างกันมากนัก ซึ่ง EIC คาดการณ์ว่า การปรับลดราคารับจำนำข้าวจะทำให้ส่วนต่างระหว่างราคาข้าวไทยและเวียดนามมีแนวโน้มปรับลดลง ซึ่งจะช่วยให้ความสามารถในการแข่งขันของข้าวไทยปรับตัวดีขึ้น และน่าจะช่วยให้ไทยสามารถส่งออกข้าวได้สูงกว่าปริมาณที่หลายหน่วยงานได้เคยคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 20, 2013 in ทั่วไป

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: