RSS

คำชี้แจงเต็มๆ! จาก “ศ.สมบัติ จันทรวงศ์”พัวพันเงินสด 18 ล้านบาท ที่ลูก-เมีย อดีตปลัดกลาโหมฝากไว้ ในคดีปปช.อายัด 65ลบ.

27 ก.พ.

image

สัมภาษณ์พิเศษ : ภัทราพร ตั๊นงาม ไทยพีบีเอส

27 กุมภาพันธ์ 2556 – หลังจากมีชื่อเข้าไปพัวพันในคดี ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ปปช. สั่งอายัดเงินจำนวน 65 ล้านบาทชั่วคราว คดีอดีตปลัดกระทรวงกลาโหม ร่ำรวยผิดปกติ วันนี้ ศาสตราจารย์ สมบัติ จันทรวงศ์ นักวิชาการชื่อดัง ให้สัมภาษณ์พิเศษไทยพีบีเอส ยืนยันว่า ภรรยาและลูกอดีตปลัดกลาโหม เดินทางมาหาที่บ้านพร้อมขอให้ช่วยรับฝากเงิน จำนวน 18 ล้านบาท และขอลาออกจากทุกตำแหน่งทางวิชาการ ในทุกองค์กร เพื่อแสดงความรับผิดชอบ

ศาสตราจารย์ สมบัติ จันทรวงศ์ เปิดเผยถึงกรณีป.ป.ช.มีมติอายัดเงินและทรัพย์สิน จำนวน 65 ล้านบาท พลเอกเสถียร เพิ่มทองอินทร์ อดีตปลัดกระทรวงกลาโหม โดยในจำนวนนี้ มีจำนวน 11 ล้าน 9 แสนบาท ที่อายัดได้จากบัญชีของ ศาสตราจารย์ สมบัติ ว่า เงินจำนวนดังกล่าว เป็นของ นางณัฐณิชาช์ และ ร้อยเอกหญิง ณิชาพัฒน์ ภรรยา และ บุตรบุธรรมของ พลเอกเสถียร โดยทั้งคู่เดินทางมาหาที่บ้านพักแห่งนี้เมื่อปลายปี2554 ด้วยสีหน้าไม่สู้ดี พร้อมกระเป๋าเดินทาง 1 ใบ มีเงินจำนวน 18 ล้านบาท โดยบอกว่า มีปัญหาครอบครัว และขอให้ช่วยรับฝากไว้ โดยไม่ได้เกิดความสงสัยว่า จำนวนเงินก้อนดังกล่าวจะเป็นเงินร้อน หรือ ได้มาโดยความไม่ชอบหรือไม่ เพราะเท่าที่รู้จักกับ ภรรยา และบุตรบุญธรรม ของพลเอกเสถียร มาประมาณ 6 ปี ก็ไม่เคยได้ยินประวัติในด้านไม่ดี

หลังจากที่นำเเงินเข้าธนาคารแล้ว ทั้งคู่จึงขอเงินคืนเพื่อนำไปลงทุนที่ดิน และขอยืมชื่อศาสตราจารย์สมบัติเป็นหุ้นส่วนในการซื้อที่ดิน และศาสตร์จารย์สมบัติ จ่ายเงินคืนเป็นเช็ค แต่ปรากฎว่าผู้ที่ซื้อที่ดินต่อคือบริษัทสยามโกลบอลเฮ้าท์ มหาชนแห่งหนึ่ง จ่ายเป็นเช็คตามชื่อสัดส่วนของผู้เป็นเจ้าของที่ดิน ซึ่งมีขื่อของศาสตราจารย์สมบัติอยู่ด้วย มูลค่า 27 ล้านบาท จึงนำไปเข้าฝากไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ประมาณ 4 บัญชี และทะยอยถอนเงินคืนให้ภรรยาและบุตรบุญธรรม พลเอก เสถียร มาเรื่อยๆ โดยภรรยาและลูก เดินทางมารับเงินที่บ้านศาสตราจารย์สมบัติทุกสัปดาห์ จนกระทั่งต้นเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้ ได้รับแจ้งจาก ป.ป.ช.ว่า เกิดความสงสัยเกี่ยวกับการเคลื่อนไหวเงินในบัญชีของ ศาสตราจารย์สมบัติ

image

(บ้านพัก ศ.สมบัติ จันทรวงศ์ ละแวกเสนานิคม)

“มันคิดนานไม่ได้มันดึกแล้ว ผมเชื่อโดยบริสุทธ์ใจว่า ไม่มีเรื่องเกี่ยวกับเงินทุจริต เพราะหาเป็นเงินทุจริตจริงใครจะไปรับมาฝากไว้ ตอนนั้นคิดว่าเป็นปัญหาครอบครัวจริงๆ และอีกแง่หนึ่งผมทำเปิดเผยโดยการนำเข้าธนาคาร เค้าเดือดร้อนมาเราก็ช่วย ซึ่งเงินที่มี 18 ล้านเป็นเงินสด ผมก็เอาไปฝากไว้ตามธนาคารต่างๆ แถวบ้านผม แต่ครั้งหลังมันมาเป็นเช็คใบเดียว 20 กว่าล้าน ก็เอาไปเข้าสหกรณ์ เรื่องนี้คนอาจมองว่ามันง่ายมากที่จะไม่ทำอย่างนั้น ไม่ฉลาด ไม่รอบคอบแต่มันเลยตรงนั้นไปแล้ว เราอาจพลาดตรงนี้ไป เราไม่ได้เฉลียวใจ เพราะตอนนั้นไม่ไม่เคยมีข่าวออกสื่อใดๆ เลยว่า มีการตรวจสอบเกี่ยวกับครอบครัวนี้ ผมคิดแต่ว่ามันเป็นการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าของครอบครัวๆ หนึ่ง ในแง่หนึ่งผมมองว่าเงินไม่มาก เพราะไม่ใช่ของผม และเราทำให้สิ่งที่ปลอดภัยที่สุด คือนำเข้าธนาคาร แต่หากอนาคตจะมีใครมาฝากแบบนี้อีก ผมบอกได้เลยว่าไปห่างๆ ผมเลย ไม่เอาแล้ว เข็ดแล้ว เพราะทำให้ชีวิตวุ่นวาย ซึ่งสังคมมีสิทธิ์ที่จะมองผมเปลี่ยนไป แต่ผมรู้ดีที่สุดว่าผมทำอะไรไป”

ทั้งนี้ ส่วนตัวแล้วไม่รู้จักส่วนตัวกับพลเอกเสถียร ซึ่งส่วนตัวรู้จักแค่ชื่อ แต่ไม่เคยพูดคุยกัน เพราะจะคุัยกับภรรยาและลูกกับพลเอกเสถียรมากกว่า เพราะภรรยาพลเอกเสถียร เรียนปริญญาโท ที่มหาวิทยาลัยเกริก ส่วนลูกนั้นตัวเองเป็นที่ปรึกษาทำวิทยานิพนธ์ ปริญญาเอก มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ส่วนตัวแล้วได้ได้ทำธุรกรรมร่วมกัน คือ การซื้อที่ดินกับครอบครัวนี้ 1 ล้านบาทเป็นชื่อภรรยาของศาสตราจารย์สมบัติ และได้แจ้งป.ป.ช.รับทราบแล้ว ซึ่งส่วนตัวทราบว่าภรรยาพลเอกเสถียรทำธุรกิจที่ดินมานานแล้ว และมีโรงแรมอยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานี รับทราบเพียงเท่านี้

“ผมเจอพลเอกเสถียร แค่ครั้งเดียวที่บ้านของพลเอกเสถียร ช่วงที่โดนปลดออกจากปลัดกลาโหม ซึ่งแม่ลูกมารับผมไปที่บ้าน แล้วปรึกษาว่าจะทำอย่างไร ซึ่งเจอหน้ากัน ก็สวัสดีกัน ผมบอกว่าผมไม่มีความรู้เรื่องนี้ แต่แนะนำได้เรื่องเดียวว่า ถ้าโดนปลดให้ไปฟ้องศาลปกครอง จากนั้นก็ไม่ได้คุยอะไรกันอีกเลย”

พร้อมกันนี้ ได้แจ้งขอลาออกจากตำแหน่งทางวิชาการทุกตำแหน่ง ในทุกองค์กร เพื่อขอแสดงความรับผิดชอบทางจริยธรรม เพราะเห็นว่าผู้เป็นครูบาอาจารย์ หากถูกสังคมกังขา แม้จะไม่ได้ทำผิด แต่แค่ทำให้สังคมได้สงสัย ก็ไม่ควรจะสอนหนังสือให้ใคร เพราะเค้าอาจไม่นับถือ หรือเชื่อถือ และไม่อยากทำให้คนที่ผมทำงานด้วยลำบากใจ โดยจะยื่นหนังสือลาออกกับอธิการบดี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในวันที่ 6 มีนาคมนี้ ซึ่งการทำงานตรวจสอบของป.ป.ช. ก็ต้องสนับสนุนการทำงาน แต่ขณะเดียวกันก็ต้องยอมรับว่า มีบุคคลเข้ามาเกี่ยวข้องมาก ก็อยากให้มองในภาพรวมมากว่า

ส่วนวันพรุ่งนี้ ศาสตราจารย์สมบัติ จะเดินทางไป ชี้แจงกับคณะอนุกรรมการ ป.ป.ช. พร้อมนำเอกสารที่เกี่ยวข้องทุกอย่างไปแสดง เพื่อยืนยันว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องในคดีนี้

โฆษณา
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: