RSS

ไร้น้ำยา! AIS – DTAC เมินพรุ่งนี้ ร่วมกสทช.ดีเดย์ ยกเลิกอายุบัตรเติมเงิน อ้างมีหลายปัจจัย “สารี”ขู่ฟ้องศาลฯแน่ ไม่แก้ปัญหาผู้บริโภค

17 ม.ค.

เอกชนเมิน กสทช.ขีดเส้นตาย ดีเดย์พรุ่งนี้ ห้ามกำหนดวันหมดอายุบัตรเติมเงิน อ้างมีหลายปัจจัยพิจารณา ขอหอบเอกสารถกใหม่ ด้านแกนนำผู้บริโภค ประกาศ หากสัปดาห์หน้า ไม่แก้ปัญหา ยื่นฟ้องศาลปกครองแน่นอน 
 

17  มกราคม 2556-  วันพรุ่งนี้จะครบกำหนดที่สำนักงาน กสทช. สั่งค่ายมือถือ ห้ามกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงิน ซึ่งวันนี้ ประชาชนหลายคน ระบุว่ายังไม่รับทราบเรื่องดังกล่าว แต่ก็เห็นว่า หากยกเลิกจะส่งผลดีเพราะผู้ใช้ไม่ต้องถูกบังคับให้เติมเงินเข้าระบบ ทั้งๆ ที่เงินเหลือ 
 
นายดามพ์ สุคนธทรัพย์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ดีแทค  ไม่ยืนยันว่า การยกเลิกกำหนดวันหมดอายุในบัตรเติมเงินจะทำได้ทันในวันพรุ่งนี้หรือไม่ เพราะยังมีอีกหลายปัจจัยที่ต้องพิจารณา ซึ่งวันพรุ่งนี้ จะขอเข้าพบ เลขาธิการ กสทช. เพื่อนำเอกสารข้อเสนอของเอกชนไปให้ ซึ่งดีแทคพยายามให้ความร่วมมือมากที่สุด  แต่มีบางประเด็นที่เราสามารถทำได้ทันที และบางอย่างยังทำไม่ได้ทันที ซึ่งระหว่างนี้อยู่ระหว่างการประชุมร่วมกับคณะทำงานเพื่อจัดเตรียมเอกสารที่จะเสนอให้กสทช. 
 
นายวิเชียร เมฆตระการ หัวหน้าคณะเจ้าหน้ที่ผู้บริหาร เอไอเอส ระบุว่า ประเด็นการกำหนดวันเติมเงิน ยังมีคดีอยู่ในศาลเช่นกัน ซึ่งให้รายละเอียดได้ไม่มาก  ส่วนกรณีที่กสทช.ยืนยันว่าหากเอกชนไม่ปฏิบัติตามจะปรับเงินวันละ  1 แสนบาทนั้น นายวิเชียร ระบุว่า ก็เป็นสิทธิ์ของ กสทช. แต่ส่วนตัวแล้วไม่ได้เข้าร่วมประชุมอยู่ในวันที่มีการเจรจาเรื่องนี้ 
 
นางสาวสารี อ๋องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธีเพื่อผู้บริโภค ประเมินว่า
เอกชนอาจเลือกจ่ายค่าปรับวันละ 1แสนบาท มากกว่าทำตามคำสั่งของกสทช. และหากสัปดาห์หน้าเอกชนยังไม่ยกเลิก ก็จะยื่นฟ้องต่อศาลปกครองเพื่อขอคำสั่งคุ้มครองชั่วคราว และขอให้ กสทช.ทบทวนเพิ่มค่าปรับให้เท่ากับมูลค่าความเสียหายที่ผู้บริโภคสูญเสียจริงในตลาด
 
ทั้งนี้ ปัญหาที่เกิดขึ้นเกี่ยวกับบัตรเติมเงินขณะนี้  มี 3 ปัญหาใหญ่ คือ ยึดเงินเข้าระบบ,การกำหนดวันหมดอายุ และการยึดเบอร์ผู้บริโภค โดยที่ยังไม่ถึงกำหนด 180 วัน ซึ่งเรื่องนี้มีกติกา กฎหมายชัดเจนตั้งแต่ปี 2549 แต่หลายปีทีผ่านมายังไม่มีการปฏิบัตตาม และการมีเส้นขีดที่เด็ดขาดเป็นเรื่องที่ควรดำเนินการ และหวังว่าผู้ให้บริการก็จะปฏิบัติตาม เพราะครั้งนี้ ไม่ใช่เรื่องที่เพิ่งคุยกัน หรือเพิ่งขอร้อง แต่เป็นเรื่องที่ผ่านมาหลายปีแล้ว ซึ่งเครือข่ายผู้บริโภคพบว่า จากเรื่องร้องเรียน 4 พันกว่าเรื่อง แต่ในจำนวนนี้เป็นปัญหาบัตรเติมเงินร้อยละ 25-30 และจำนวนคนเกี่ยวกับบัตรเติมเงิน พบว่า คนถูกยึดเงินเข้าระบบเอกชน เฉลี่ยคนละ 517 บาท  แต่หากดูภาพรวมจะพบว่าเกิดความเสียหายมาก เพราะมีผู้ใช้ระบบเติมเงินมากถึงร้อยละ 90 หรือ 70 ล้านเลขหมาย


“เราไม่แน่ใจว่าถ้ากสทช.ขีดเส้นแล้วบริษัทจะทำตาม  หรืออาจยอมจ่ายค่าปรับวันละ  1 แสนก็ได้  เพราะเห็นว่าค่าปรับน้อยเกินไป ซึ่งหากเค้าไม่ทำตาม กสทช.ก็ควรเพิ่มค่าปรับให้ใกล้เคียงกับความเสียหายจริง โดยส่วนตัวยังไม่มั่นใจว่าผู้ประกอบการจะปฏิบัติตาม และเห็นว่าจำนวนเงินที่ผู้บริโภคถูกยึดเข้าระบบเอกชนไปก่อนหน้านี้ ซึ่งมีจำนวนมหาศาล กสทช.ควรดูด้วยว่า จะนำคืนมาอย่างไร และเอาไปใช้ดำเนินการอะไรได้บ้าง ในเมื่อกสทช.เป็นคนขีดเส้นตายวันพรุ่งนี้  ก็จะขอดูไปถึงสัปดาห์หน้า ว่า กสทช.ควรจะทบทวนหรือเพิ่มค่าปรับหรือไม่อย่างไร ซึ่งหากไม่ดำเนินการ ในฝั่งของผู้บริโภค ก็ไม่มีทางเลือกมากนัก เราอาจใช้มาตรการการฟ้องคดีเพื่อให้ยุติการกระทำ แต่ตอนนี้เราหวังว่ากสทช.จะมีการปรับปรุง เพราะกรรมการกสทช.หลายคนยืนยันว่า ปีนี้จะให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภค และการขีดเส้นตายหรือกำหนดวันน่าจะมีความหมายกับผู้บริโภค”
Advertisements
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: