RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2012

อนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค กสทช.พบ 11 เดือน ปชช.ร้องเรียนบริการโทร-เน็ต กว่า 2 พันเรื่อง AIS โดนร้องมากสุด

อนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค กสทช.พบ 11 เดือน ปชช.ร้องเรียนบริการโทร-เน็ต กว่า 2 พันเรื่อง AIS โดนร้องมากสุด

วันนี้ ( ๗ ธ.ค.๒๕๕๕)  คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม กสทช. ได้แถลงข่าว สนับสนุนให้คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม หรือ กทค. มีมาตรการด้านการคุ้มครองผู้บริโภค ประกอบการออกใบอนุญาตคลื่นความถี่ ๒.๑ MHz เพื่อการใช้บริการ ๓G เพื่อป้องกันปัญหาผู้บริโภคซ้ำร้อยเดิมกับระบบ ๒G

คณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค มีความเห็นว่า กทค. ใช้ระบบการให้ใบอนุญาตเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคและแก้ไขปัญหาที่เคยเกิดขึ้นจากการให้บริการ ๒G  เพื่อไม่ให้เกิดขึ้นซ้ำอีก เนื่องจากครั้งนี้เป็นการเปลี่ยนจากระบบสัมปทานมาเป็นระบบการให้ใบอนุญาตเป็นครั้งแรกของประเทศไทย ซึ่งที่ผ่านมาการให้บริการ ๒G ได้เกิดปัญหาจากการใช้บริการกับผู้บริโภคหลายประการและยังไม่สามารถแก้ไขได้ ดังนั้น การให้ใบอนุญาตครั้งนี้จึงควรมีมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภคดังนี้

๑.     ควรมีเงื่อนไขแนบท้ายที่เป็นมาตรการในการคุ้มครองผู้บริโภคอย่างชัดเจน และไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำเดิมอีก ดังนี้คือ

Ÿ    การให้บริการ ๓G ของโทรศัพท์เคลื่อนที่แบบชำระค่าบริการล่วงหน้าห้ามกำหนดวันหมดอายุ เพราะเรื่องร้องเรียนประเด็นนี้เป็นข้อร้องเรียนของผู้บริโภคลำดับต้นๆในปี ๒๕๕๕

Ÿ    นอกจากค่าบริการที่ควรลดลงร้อยละ ๒๐ แล้ว ค่าเชื่อมต่อโครงข่าย (ค่าIC) ทั้งบริการประเภทเสียงและข้อมูล ควรมีราคาไม่เกิน ๒๕ สตางค์

Ÿ    กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายเพื่อให้กทค.มีอำนาจในการกำกับดูแลผู้ให้บริการที่ไม่ได้เป็นผู้รับใบอนุญาต ซึ่งหมายถึงผู้ขายส่งบริการรายย่อย (MVNO) ด้วย

Ÿ   กำหนดเงื่อนไขบริการเสริม หรือ SMS ไม่ให้มีการสมัครบริการในรูปแบบอัตโนมัติ ซึ่งเป็นสาเหตุให้ผู้ใช้บริการจำนวนมากถูกคิดค่าบริการทั้งที่ไม่ได้สมัครใช้บริการ

๒.     มีมาตรการที่ในการเร่งรัดผู้ให้บริการเร่งรัดดำเนินการเพื่อการจัดการเรื่องร้องเรียนให้กับผู้ใช้บริการ เพื่อให้การแก้ไขปัญหาเรื่องร้องเรียนสามารถดำเนินการได้ภายใน ๓๐ วัน ตามกฎหมาย

๓.     เร่งออกประกาศ ๓ ฉบับ คือ ๑. การกำหนดให้ผู้ชนะการประมูลต้องกันโครงข่ายไว้ร้อยละ 10  เพื่อเป็นผู้ขายส่งบริการให้รายย่อย หรือ MVNO เพื่อเป็นการสนับสนุนให้เกิดการแข่งขัน ๒.  การสนับสนุนให้มีการใช้บริการข้ามเครือข่ายภายในประเทศ หรือโรมมิ่ง ( Roaming) ภายในประเทศ  เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถใช้งานได้ทุกพื้นที่ และ๓. กำหนดมาตรการให้มีการใช้โครงข่ายร่วมกัน หรือ Infrastructure  Sharing ซึ่งสามารถลดต้นทุน และลดจำนวนเสาสัญญาณที่เพิ่มขึ้นอย่างไร้ทิศทาง

 

ทั้งนี้จากปัญหาการรับเรื่องร้องเรียนตั้งแต่เดือนมกราคม-พฤศจิกายน ๒๕๕๕ พบว่า กลุ่มงานรับเรื่องร้องเรียนมีเรื่องร้องเรียนทั้งสิ้น ๒,๑๐๕ เรื่อง เป็นกรณีโทรศัพท์มือถือคิดเป็นร้อยละ ๗๔.๙๖ อินเทอร์เน็ตร้อยละ ๑๕.๘๖ โทรศัพท์พื้นฐานร้อยละ ๖.๗๙  ปัญหาที่เกิดจากการให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่มากที่สุดคือ การถูกกำหนดระยะเวลาการใช้บริการคิดเป็นร้อยละ ๒๔.๖๕ รองลงมาคือ การคิดค่าบริการผิดพลาด คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๙๖ และมาตรฐานการให้บริการ เช่นปัญหาสัญญาณไม่เสถียร หลุดล่ม คิดเป็นร้อยละ ๑๗.๑๑

กรณีอินเทอร์เน็ต ถูกร้องเรียนมากที่สุดเรื่องการยกเลิกบริการ คิดเป็นร้อยละ ๔๑.๖๑ รองลงมาคือ การคิดค่าบริการผิดพลาดคิดเป็นร้อยละ ๒๕.๔๔ และมาตรฐานการให้บริการคิดเป็นร้อยละ ๑๗.๐๖

กรณีโทรศัพท์พื้นฐาน ถูกร้องเรียนมากที่สุดคือ เรื่อง มาตรฐานการให้บริการ คิดเป็นร้อยละ ๔๕.๔๕  รองลงมาคือ ถูกคิดค่าบริการผิดพลาด คิดเป็นร้อยละ ๓๔.๒๖ และการยกเลิกบริการร้อยละ ๙.๐๙

ส่วนการร้องเรียนเป็นรายบริษัทนั้นพบว่า บมจ.แอดวานซ์อินโฟร์เซอร์วิส  ถูกร้องเรียนมากที่สุด เรื่อง การกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ  บมจ. โทเทิ่ล แอ็คเซ็ส คอมมูนิเคชั่น ถูกร้องเรียนมากที่สุด เรื่องมาตรฐานการให้บริการ เช่น สัญญาณไม่เสถียร สัญญาณล่ม  บริษัททรูมูฟ จำกัด ถูกร้องเรียนมากที่สุด เรื่องการกำหนดระยะเวลาการใช้บริการ และบริษัททรูมูฟเอช จำกัด ถูกร้องเรียนมากที่สุดเรื่อง การให้ข้อมูลไม่ถูกต้องไม่ครบถ้วน (แจกซิมฟรี)

โฆษณา
 

แถลงการณ์..กทค.กสทช. มอบ 3G เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ไฟเขียวแจกใบอนุญาตให้ 3 ค่ายใน 7 วัน พร้อมแจงทุกเรื่องยิบ.. ดังนี้

แถลงการณ์..กทค.กสทช. มอบ 3G เป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน ไฟเขียวแจกใบอนุญาตให้ 3 ค่ายใน 7 วัน  พร้อมแจงทุกเรื่องยิบ.. ดังนี้

วันนี้ (7ธ.ค.55) คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค) ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ออกแถลงการณ์ ดังนี้

ดาวน์โหลด IMG_8302.jpg (320.8 กิโลไบต์)

แถลงการณ์เรื่องการออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz (3G) นับตั้งแต่การประมูลคลื่นความถี่ย่าน 2.1 GHz สิ้นสุดลง ณ วันที่ 16 ตุลาคม 2555 โดยมีผู้ประกอบการเข้าร่วมประมูล3 ราย ได้แก่ บริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด ซึ่งภายหลังจาก กทค. มีมติรับรองผลการประมูลคลื่นความถี่ในวันที่ 18 ตุลาคม 2555 โดยบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค เสนอราคาประมูลคลื่นความถี่สูงสุด 14,625 ล้านบาท บริษัท เรียล ฟิวเจอร์ และบริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค เสนอราคาประมูลคลื่นความถี่เท่ากันคือ13,500 ล้านบาท ซึ่งแม้ว่าการจัดสรรคลื่นความถี่โดยการจัดประมูลคลื่นความถี่จะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

แต่เนื่องจากเป็นการดำเนินการครั้งแรกในประเทศไทย จึงทำให้เกิดความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนและความไม่ถูกใจ จนเป็นเหตุให้มีการยื่นคำร้องต่อหลายหน่วยงาน รวมทั้งยื่นฟ้องต่อศาลปกครองกลาง ซึ่งต่อมาศาลปกครองกลางมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องในคดีหมายเลยแดงที่ 2272/2555 ทำให้ กสทช. โดย กทค. สามารถขับเคลื่อนภารกิจต่อไปได้

พ.อ.ดร.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธานกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) และกรรมการกิจการโทรคมนาคม ได้ร่วมประชุมกันในที่ประชุม กทค. ครั้งที่ 45/2555 วันที่ 7 ธันวาคม 2555ที่ประชุม กทค. วันนี้ เป็นวาระสืบเนื่องมาจากการประชุม กทค. ครั้งที่ 44/2555 เมื่อวันที่ 6ธันวาคม 2555ซึ่งการประชุมในวันดังกล่าวที่ประชุมได้รับทราบผลการตรวจสอบของคณะทำงานตรวจสอบพฤติกรรมการเสนอราคาของผู้เข้าร่วมการประมูลฯ ผลการพิจารณาของศาลปกครองกลาง และผลตรวจสอบกรณีการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz จากกรมสอบสวนคดีพิเศษ และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน แล้วได้กำหนดนโยบายให้มีการดำเนินการเกี่ยวกับการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1 GHz เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประชาชนได้มีวาระพิจารณาออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz (3G)

โดยคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค) ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)ได้มีมติให้ออกใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่ IMT ย่าน 2.1 GHz และใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สาม ตามมาตรา 7 แห่งพระราชบัญญัติการประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 เพื่อประกอบกิจการตามขอบเขตการอนุญาต ให้แก่ผู้ชนะการประมูล ภายหลังจากผู้ชนะการประมูลคลื่นความถี่ 2.1 GHz ได้ปฏิบัติตามเงื่อนไขการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาตอย่างครบถ้วนและถูกต้อง ภายใน 90 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งเป็นผู้ชนะการประมูลเรียบร้อยแล้ว

ทั้งนี้ เป็นไปตามข้อเสนอของ สำนักงาน กสทช. ได้พิจารณาแล้ว โดยที่ให้เหตุผลว่าบริษัท แอดวานซ์ ไวร์เลส เน็ทเวอร์ค จำกัด บริษัท ดีแทค เนทเวอร์ค จำกัด และบริษัท เรียล ฟิวเจอร์ จำกัด มีการดำเนินการครบถ้วนและถูกต้องตามเงื่อนไขในการดำเนินการก่อนรับใบอนุญาต ที่กำหนดในข้อ 12 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555 จึงเห็นควรเสนอที่ประชุม กทค. พิจารณาอนุมัติให้ทั้ง 3 บริษัท ได้รับใบอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz

กทค. พิจารณาแล้วเห็นว่า เรื่องสำคัญยิ่งที่ กทค. ต้องให้ความสำคัญ คือการคุ้มครองผู้บริโภคโดยในประกาศหลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากล (International Mobile Telecommunications – IMT) ย่าน 2.1 GHz พ.ศ. 2555 ได้ระบุไว้ในหัวข้อมาตรการเพื่อสังคมและคุ้มครองผู้บริโภค ที่ว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม สมเหตุสมผลและไม่เอาเปรียบผู้บริโภคและจัดให้มีบริการที่มีคุณภาพ

ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด”กทค. จึงมีมติในที่ประชุมให้กำหนดเงื่อนไขแนบท้ายใบอนุญาต เรื่องอัตราค่าบริการ ดังนี้

1. ตามมาตรา 15 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ. การประกอบกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2544 กำหนดให้ “ในการกำหนดเงื่อนไขในการอนุญาต ให้คณะกรรมการกำหนดสิทธิหน้าที่และความรับผิดชอบ โดยเฉพาะของผู้รับใบอนุญาต ให้ชัดเจน รวมทั้งกำหนดแผนการให้บริการกิจการโทรคมนาคมของผู้รับใบอนุญาต โดยอย่างน้อยต้องกำหนดขั้นตอนและระยะเวลาในการเริ่มให้บริการ รายละเอียดของลักษณะ หรือประเภทการให้บริการ อัตราค่าบริการ การให้บริการแจ้งข้อมูลผู้ใช้เลขหมายโทรคมนาคม และการอื่นที่จำเป็นในการให้บริการเพื่อประโยชน์สาธารณะ”

2. ตามประกาศ กทช. เรื่อง เงื่อนไขมาตรฐานในการอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคม ได้กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาต ใบอนุญาตประกอบกิจการโทรคมนาคมแบบที่สามไว้ในหมวดที่ 1 เงื่อนไขทั่วไป ข้อ 8 ซึ่งผู้รับใบอนุญาตแบบที่สามทุกรายต้องปฏิบัติ ได้กำหนดเงื่อนไขเกี่ยวกับค่าธรรมเนียมและค่าบริการในกิจการโทรคมนาคมไว้

3. นอกจากนี้ ตามข้อ 16.8.5 ของประกาศ กสทช. เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการอนุญาตให้ใช้คลื่นความถี่สำหรับกิจการโทรคมนาคมเคลื่อนที่สากลย่าน 2.1GHz พ.ศ. 2555 ได้กำหนดเงื่อนไขในการอนุญาตเป็นพิเศษว่า “ผู้รับใบอนุญาตต้องกำหนดอัตราค่าบริการให้เป็นธรรม สมเหตุสมผลและไม่เอาเปรียบผู้บริโภค … ทั้งนี้ ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการกำหนด” เพื่อให้เกิดความชัดเจนในการคุ้มครองผู้บริโภคเกี่ยวกับอัตราค่าบริการ และเพื่อให้ไม่ขัดต่อประกาศ กทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการและการเรียกเก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549 จึงเห็นควรกำหนดกรอบเงื่อนไขให้มีการลดค่าบริการในร้อยละที่กำหนดตามที่ กทค. ได้แสดงเจตนารมณ์ เพื่อเป็นการคุ้มครองผู้บริโภคในระหว่างที่ยังไม่มีประกาศ กสทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการฯ

4. สำหรับเงื่อนไขใบอนุญาตที่ให้มีการลดค่าบริการเป็นร้อยละนั้น เห็นควรกำหนดเป็นร้อยละ 15 ของอัตราค่าบริการเฉลี่ยของบริการประเภทเสียง (voice) และบริการที่ไม่ใช่เสียง (non-voice) ที่มีการให้บริการอยู่ในตลาด ณ วันที่ได้รับใบอนุญาต จนกว่าคณะกรรมการจะกำหนดเป็นอย่างอื่น

-สำหรับเหตุผลในการกำหนดเงื่อนไขดังกล่าว เนื่องจากทิศทางและแนวโน้มอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเฉลี่ยในตลาดปัจจุบันแล้วลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยลดลงประมาณร้อยละ 10 และคาดว่า หากมีผู้ให้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่เพิ่มขึ้นในตลาด จะก่อให้เกิดระดับการแข่งขันที่เพิ่มสูงขึ้น ประกอบกับผู้รับใบอนุญาตรายใหม่มีภาระต้นทุนบางส่วนที่ลดลง อันจะส่งผลให้อัตราค่าบริการมีแนวโน้มที่จะปรับลดลงได้ถึงร้อยละ 15

– สำหรับการกำกับดูแลอัตราค่าบริการนั้น จะพิจารณาเปรียบเทียบอัตราค่าบริการของผู้รับใบอนุญาตกับอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่โดยเฉลี่ยในตลาด ณ วันที่ได้รับอนุญาต โดยข้อมูลที่จะใช้ในการตรวจสอบอัตราค่าบริการนั้น จะพิจารณาจากการรายงานโครงสร้างและอัตราค่าบริการที่ผู้รับใบอนุญาตนำส่งแก่สำนักงานทุกวันสิ้นเดือน ตามข้อ 16 ของประกาศ กทช. เรื่อง อัตราขั้นสูงของค่าบริการและการเรียกเก็บเงินค่าบริการล่วงหน้าในกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2549

– สำหรับเหตุผลสนับสนุนการกำหนดให้ใช้อัตราค่าบริการเฉลี่ยในตลาด ณ วันที่ได้รับอนุญาตมีดังนี้

– การกำหนดให้ใช้อัตราค่าบริการเฉลี่ยในตลาด ณ วันที่ได้รับใบอนุญาตจะก่อให้เกิดความชัดเจนในการปฏิบัติ เนื่องจากจะทำให้ผู้ประกอบการทราบว่าจะคำนวณอัตราค่าบริการให้ลดลงร้อยละ 15 โดยอาศัยฐานตัวเลขใดในการพิจารณา

– การใช้ฐานการคำนวณจากอัตราค่าบริการเฉลี่ยในตลาด ณ วันที่ได้รับใบอนุญาตจะช่วยให้เกิดความเป็นธรรมแก่ผู้ประกอบการทุกรายเนื่องจากใช้ตัวเลขเฉลี่ยจากอัตราค่าบริการทั้งหมดในตลาด ทำให้ไม่มีการได้เปรียบเสียเปรียบ

– การกำหนดอัตราค่าบริการเฉลี่ยดังกล่าว ทำให้ผู้ประกอบการทราบข้อมูลล่วงหน้าและสามารถนำไปใช้เป็นแนวทางในการจัดทำแผนการส่งเสริมการขายล่วงหน้าได้ทันก่อนการเปิดให้บริการ ทั้งนี้ เพื่อให้สอดคล้องตามเงื่อนไขการอนุญาตดังกล่าว

– การกำหนดให้อัตราค่าบริการลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 15 ดังกล่าว จะสร้างความมั่นใจแก่ผู้บริโภคว่าจะได้รับค่าบริการที่ลดลงแน่ๆ โดยไม่ต้องรอให้มีการออกประกาศ กสทช. เรื่องการกำหนดอัตราค่าบริการขั้นสูงเสียก่อน ซึ่งอาจใช้เวลาเป็นปี จึงเท่ากับเป็นหลักประกันให้ผู้บริโภคมั่นใจว่าก่อนออกประกาศดังกล่าว ผู้ประกอบการจะถูกควบคุมโดยเงื่อนไขการอนุญาตว่าค่าบริการจะลดลงอย่างน้อยร้อยละ 15

การให้ใบอนุญาตฯ ในครั้งนี้ มิได้หมายความว่าผู้ได้รับใบอนุญาตจะสามารถเปิดบริการได้ทันที กสทช. จะกำกับดูแลให้ผู้ได้รับใบอนุญาตปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ตลอดจนกฎหมาย ระเบียบ ประกาศ และคำสั่งที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ประชาชน ทั้งนี้การให้ใบอนุญาตที่จะให้บริการ 3G นี้ ถือเป็นสิ่งเริ่มต้นในการพัฒนาอุตสาหกรรมโทรคมนาคมและการสื่อสารของประเทศจากระบบสัญญาสัมปทานมาเป็นระบบการให้ใบอนุญาตโดยประชาชนจะได้รับประโยชน์จากความสามารถในการนำคลื่นความถี่มาให้บริการเพื่อรองรับความต้องการได้มากขึ้น ซึ่งเป็นกลไกที่สำคัญในการผลักดันเศรษฐกิจให้เติบโต ก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชนในด้านการศึกษาวัฒนธรรมความมั่นคงของรัฐและประโยชน์สาธารณะอื่นอีกทั้งจะเป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาภาคอุตสาหกรรมภาคเศรษฐกิจและสังคมตลอดจนสนับสนุนส่งเสริมสิทธิในการติดต่อสื่อสารการรับรู้ข้อมูลข่าวสารของประชาชนให้มีความเจริญก้าวหน้าสอดคล้องกับนโยบายพื้นฐานแห่งรัฐในด้านกิจการสื่อสารโทรคมนาคม ซึ่ง กสทช. จะกำกับดูแลอย่างเข้มข้น เพื่อให้ผู้บริโภคได้รับประโยชน์สูงสุด และเกิดการพัฒนากิจการโทรคมนาคมของประเทศไทยให้มีความทันสมัยสอดคล้องกับวิวัฒนาการของโลกท่ามกลางการแข่งขันอย่างรุนแรงในระดับสากลต่อไป

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค)

ภายใต้คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.)

 

(บทความพิเศษ) ความเห็นต่อการที่ศาลปกครอง”ไม่รับฟ้อง”คดีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G โดย ดร.สมเกียรติ์ TDRI

ความเห็นต่อการที่ศาลปกครองไม่รับฟ้องคดีโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G

ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (TDRI)

3 ธันวาคม 2555

ตามที่ศาลปกครองกลางได้มีคำสั่งไม่รับฟ้องกรณีที่ผู้ตรวจการแผ่นดินยื่นฟ้อง กสทช. ในการประมูล 3G เนื่องจากผู้ฟ้องไม่มีอำนาจฟ้องนั้น ผมเห็นว่า คำสั่งดังกล่าวเป็นข่าวดีในแง่ที่จะทำให้ผู้บริโภคมีทางเลือกในการใช้บริการ 3G ในเวลาอีกไม่นาน อย่างไรก็ตาม คำสั่งดังกล่าวได้ทำให้เห็นถึงความยากลำบากของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานของ กสทช. ทั้งที่เชื่อได้ว่า มีความผิดปรกติหลายประการในการออกแบบการประมูล ซึ่งทำให้เกิดความเสียหายต่อรัฐและประชาชน

ผมมีความเห็นและข้อเสนอแนะดังนี้ 

ประการที่หนึ่ง กสทช. ไม่ควรแอบอ้างว่า การไม่รับฟ้องดังกล่าวเป็นการรับรองความถูกต้อง และชอบด้วยกฎหมายของการออกแบบการประมูลของตน เนื่องจากศาลปกครองยังไม่ได้พิจารณาในประเด็นดังกล่าว  ในทางตรงกันข้าม กสทช. ควรใช้ความระมัดระวังมากขึ้นในการออกแบบการประมูลในอนาคตให้เกิดการแข่งขันอย่างแท้จริง ไม่สร้างความเสียหายแก่รัฐและประชาชนซ้ำอีก

ประการที่สอง ปปช. ซึ่งเป็นกลไกที่เป็นอิสระในการตรวจสอบการประมูล 3G ที่เหลืออยู่ ควรเร่งพิจารณากรณีร้องเรียนเรื่องความผิดปรกติในการประมูลดังกล่าวโดยเร็ว เพื่อป้องกันการออกแบบการประมูลที่สร้างความเสียหายแก่รัฐและประชาชนในลักษณะเดียวกันอีกในอนาคต 

ประการที่สาม ศาลปกครองควรให้คำอธิบายว่า ในอนาคตประชาชนจะสามารถตรวจสอบการออกกฏและการกำกับดูแลของ กสทช. ได้อย่างไร เนื่องจากศาลตีความผู้เสียหายที่สามารถฟ้องคดีในความหมายแคบ และแนะนำให้ผู้ฟ้องคดีในช่วงแรกให้ไปร้องเรียนต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่ต่อมาก็มีคำวินิจฉัยว่าผู้ตรวจการแผ่นดินไม่มีอำนาจในการฟ้องคดี จนนำมาสู่การไม่รับคำฟ้อง

นอกจากนี้ ศาลปกครองควรเร่งพิจารณาคดีสัญญาโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ที่ค้างอยู่โดยเร็ว เพื่อให้เกิดความชัดเจน และสร้างการแข่งขันที่เป็นธรรมในการแข่งขันในตลาดโทรศัพท์เคลื่อนที่ 3G ซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคได้ประโยชน์สูงสุด