RSS

Monthly Archives: ธันวาคม 2012

ร้อนแรง! ปธ.TDRI ออกบทความแลกเปลี่ยนกับ”อ.เกษียร เตชะพีระ” โต้ TDRI เป็น”ฝ่ายขวา”

แลกเปลี่ยนกับ”เกษียร เตชะพีระ”ต่อบทบาทของทีดีอาร์ไอ

โดย สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์

สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ)

“อาจารย์เกษียร เตชะพีระ ได้เขียนบทความเรื่อง “ปัญหาของขวาไทยในปัจจุบัน” ตีพิมพ์ในมติชนรายวัน วันที่ 7 ธันวาคม 2555 และเรื่อง “กระบวนการกำหนดนโยบายของไทย – ที่มา ที่เป็นและที่ไป” ตีพิมพ์ในมติชนรายวัน วันที่ 14 ธันวาคม 2555    บทความทั้งสองมีเนื้อหาคล้ายคลึงกันมากจนคล้ายการตีพิมพ์ซ้ำ  โดยส่วนที่คล้ายกันดังกล่าวมีเนื้อหาวิจารณ์สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ใน 2 ประเด็นคือ

หนึ่ง ทีดีอาร์ไอเป็นพวกที่เชื่อในตลาดเสรี   แม้ว่าอาจารย์เกษียรไม่ได้เขียนตรงๆ ในบทความทั้งสองว่า ทีดีอาร์ไอเป็น  “ฝ่ายขวา”  แต่การนำเอาทีดีอาร์ไอไปกล่าวรวมกับกลุ่มคนที่อาจารย์เรียกว่า “ฝ่ายขวา” ทำให้ผู้อ่านส่วนหนึ่งก็เกิดความรู้สึกว่า อาจารย์เหมารวมเอาทีดีอาร์ไอเป็น “ฝ่ายขวา” ไปด้วย   

สอง ทีดีอาร์ไอ ขยายบทบาทเชิงผลักดันหรือต่อต้านนโยบายต่างๆ ของรัฐบาล จนทำให้ระบบปั่นป่วนผิดฝาผิดตัว เพราะ “สถาบันวิจัยเชิงวิชาการก็กลับกลายเป็น policy lobbyist ไปเสียฉิบ” และเสนอว่า “สถาบันวิจัยก็ (ควร) จะได้ทุ่มเทค้นคว้าวิจัยข้อมูลทางเลือกเชิงนโยบายต่างๆ แทนที่จะแปรบทบาทตนเองเป็นกลุ่มรณรงค์กดดันต่อต้านนโยบาย”

 ในฐานะผู้บริหารของทีดีอาร์ไอ  ผมใคร่ขอแลกเปลี่ยนกับอาจารย์เกษียรและผู้อ่านใน 2 ประเด็น ซึ่งผมคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ต่อสาธารณะดังนี้    

ประการที่หนึ่ง  ผมเห็นว่า การเอาฉลาก “ขวา” หรือ “ซ้าย” ไปแปะใส่บุคคลหรือองค์กรหนึ่งๆ แทนที่จะถกเถียงกันเรื่องประเด็นด้านนโยบายแต่ละเรื่อง น่าจะไม่มีประโยชน์นัก เพราะการเป็น “ขวา” หรือ “ซ้าย” ทั้งในทางการเมืองและทางเศรษฐกิจเป็นเพียงการสะท้อนจุดยืนของตัวผู้แปะฉลาก ซึ่งในที่นี้คือตัวอาจารย์เกษียรเอง เปรียบเทียบกับผู้ถูกแปะฉลาก มากกว่าที่จะสะท้อนคุณภาพหรือคุณค่าอะไรที่มากไปกว่านั้น

ในความเห็นของผม การเหมาเอาว่าทีดีอาร์ไอเป็น “ฝ่ายขวา” เป็นเรื่องที่ออกจะแปลกอยู่ เพราะในฐานะองค์กรทางวิชาการ เช่นเดียวกับมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ของอาจารย์เกษียร เราไม่เคยกำหนดว่า นักวิจัยแต่ละคนจะต้องมีความเชื่ออย่างไร   ตราบเท่าที่การวิเคราะห์และข้อเสนอทางนโยบายของเขามีหลักฐานทางวิชาการและข้อมูลรองรับ    อันที่จริง ที่ผ่านมา นักวิจัยของเราหลายคนได้พยายามผลักดันให้เกิด การปฏิรูปภาษีและการใช้จ่ายของรัฐเพื่อสร้างความเท่าเทียมในสังคม   สนับสนุนให้ใช้ระบบสวัสดิการสังคมในการแก้ไขปัญหาคนจน  ไม่สนับสนุนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจที่ผูกขาดตลาด และมีท่าทีอย่างระมัดระวังต่อระบบทรัพย์สินทางปัญญา ฯลฯ    

ในด้านเกษตร เราไม่ได้ปฏิเสธการแทรกแซงตลาดโดยรัฐ แต่เสนอให้ใช้แนวทางที่ก่อให้เกิดความเสียหายน้อยลงและให้ประโยชน์ตกถึงมือเกษตรกรกลุ่มที่ยากจนจริงๆ มากขึ้น     ท่าทีดังกล่าวน่าจะสะท้อนถึงความเชื่อของนักวิจัยหลายคนในทีดีอาร์ไอที่ว่า รัฐและตลาดต่างมีข้อจำกัดในตัวเอง ไม่สามารถเป็นคำตอบในการแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจในทุกๆ เรื่องได้  แต่ต้องผสมผสานกันและในหลายกรณีก็ต้องใช้กลไกอื่น เช่น ชุมชนและกลไกทางสังคมประกอบด้วย    ผมคิดว่า ท่าทีเหล่านี้ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่พวก “ฝ่ายขวา” ชื่นชอบนัก    

ผมเชื่อว่า การถกเถียงทางวิชาการอย่างมีคุณภาพในแบบที่อาจารย์อยากเห็น น่าจะเกิดขึ้นจากการศึกษาความคิดของกันและกันอย่างจริงจัง โดยวิเคราะห์ว่า ข้อเสนอของแต่ละฝ่ายในแต่ละเรื่อง จะทำให้ประชาชนส่วนใหญ่ได้หรือเสียประโยชน์อย่างไร และจะสามารถตรวจสอบข้ออ้างของแต่ละฝ่ายด้วยหลักฐานเชิงประจักษ์กันได้อย่างไร  มากกว่าการติดฉลากว่าใครเป็น “ขวา” หรือ “ซ้าย” แบบเหมาเข่ง

ประการที่สอง ผมไม่เห็นว่า การวิจัยและการดำเนินการต่างๆ ของทีดีอาร์ไอในปัจจุบัน จะทำให้ระบบในการกำหนดนโยบายปั่นป่วนผิดฝาผิดตัว หรือ ทำให้เรากลายเป็น policy lobbyist ตามความหมายที่ใช้กันทั่วไปในประเทศไทยแต่อย่างใด   เพราะทีดีอาร์ไอไม่มีนโยบายที่จะโน้มน้าวนักการเมืองหรือข้าราชการให้กำหนดนโยบายเพื่อกลุ่มผลประโยชน์ (interest group) ใด    

ถ้าจะมีสิ่งที่ใกล้เคียงกับคำว่า “ล็อบบี้” มากที่สุดก็คือ การให้ข้อมูลแก่ประชาชน โดยยึดประโยชน์สาธารณะเป็นที่ตั้ง เพราะในระบอบประชาธิปไตย ประชาชนในฐานะพลเมืองย่อมมีสิทธิได้รับข้อมูลข่าวสารต่างๆ เพื่อลงคะแนนเสียงเลือกตั้งและติดตามการทำงานของรัฐบาล   

นอกจากนี้ ทีดีอาร์ไอไม่มีแนวทางที่จะฟ้องร้องหน่วยงานใดเพื่อกดดันทางนโยบาย และไม่คิดที่จะล้มรัฐบาลไหนๆ    เราตระหนักดีว่า เราเป็นสถาบันทางวิชาการที่ไม่มีอำนาจใดๆ ที่จะสามารถโน้มน้าวรัฐบาล สื่อมวลชนและประชาชน ให้เห็นคล้อยตามแนวคิดของพวกเราได้  นอกจากพลังแห่งเหตุผลทางวิชาการ ที่มีข้อมูลจากการวิจัยรองรับ ตลอดจนความเชื่อถือที่สังคมมอบให้แก่เราว่า เรานำเสนอข้อเสนอทางนโยบายต่างๆ เพื่อประโยชน์ต่อประชาชนในวงกว้าง โดยไม่มีผลประโยชน์อื่นใดแอบแฝง”        

 

โฆษณา
 

“การบินไทย”แจง ไม่กระทบผลประกอบการ หลังศาลออสเตรเลีย สั่งปรับ 256 ลบ.ดังนี้..

17ธ.ค.2555 – การบินไทยชี้แจงกรณีถูกฟ้องคดีละเมิดกฎหมายป้องกันการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Antitrust) ในประเทศออสเตรเลียดังรายละเอียดต่อไปนี้        

ดร. สรจักร เกษมสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) ชี้แจงถึงกรณีที่บริษัทฯ ถูกฟ้องคดีละเมิดกฎหมายป้องกันการค้าที่ไม่เป็นธรรม (Antitrust) ในประเทศออสเตรเลียว่า

ตามที่บริษัทฯ และสายการบินอื่นๆ อีกกว่า 10 สายการบินได้ถูกตรวจสอบโดย Australian Competition and Consumer Commission (ACCC) ว่าได้ร่วมกันกำหนดค่าธรรมเนียมพิเศษในการขนส่งสินค้าทางอากาศ และได้นำไปสู่การยื่นฟ้องบริษัทฯ และสายการบินอื่นๆ ต่อศาลประเทศออสเตรเลีย

โดยเมื่อวันที่ 28 ตุลาคม 2552 บริษัทฯ ได้ถูกฟ้องในความผิดฐานละเมิดกฎหมาย Trade Practices Act 1974 

ต่อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555 ศาลประเทศออสเตรเลียได้มีคำพิพากษาตามการประนีประนอมยอมความของบริษัทฯ และ ACCC 

โดยศาลได้อนุญาตให้บริษัทฯ ชำระค่าปรับให้แก่ทางการของประเทศออสเตรเลียเป็นจำนวนเงิน 7.5 ล้านเหรียญออสเตรเลีย พร้อมค่าทนายความของ ACCC เป็นจำนวน 500,000 เหรียญออสเตรเลีย รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวนเงิน 8 ล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือคิดเป็นเงินไทยประมาณ 256 ล้านบาท โดยให้บริษัทฯ แบ่งชำระค่าปรับได้เป็นจำนวน 7 งวด

โดยบริษัทฯ จะต้องชำระงวดแรกภายใน 14 วัน นับตั้งแต่ศาลมีคำสั่ง (เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2555) และต้องชำระอีก 6 งวดที่เหลือภายในระยะเวลา 3 ปีต่อจากนี้ ซึ่งอัตราค่าปรับดังกล่าวอยู่อัตราใกล้เคียงกันกับสายการบินอื่นๆ       

ทั้งนี้ บริษัทฯ ขอชี้แจงว่าจำนวนค่าปรับดังกล่าว บริษัทฯ ได้ดำเนินการตั้งงบประมาณสำรองไว้ล่วงหน้าแล้ว ซึ่งครอบคลุมจำนวนค่าปรับดังกล่าว จึงไม่มีผลกระทบใดๆ กับผลประกอบการของบริษัทฯ

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 17, 2012 in คมนาคม

 

อนุฯ คุ้มครองผู้บริโภค นัดแถลง 11 โมงวันนี้ เตือนแจกซิมฟรี พร้อมเปิดชื่อค่ายมือถือดีเด่น (กำหนดการ)

ขอเชิญสื่อมวลชนร่วมการแถลงข่าว เรื่อง “อนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคฯ เตือนปัญหาแจกซิมฟรีกระหน่ำเมือง พร้อมเผยชื่อผู้ให้บริการดีเด่นวางมาตรการแก้ปัญหาแจกซิมฟรีให้ผู้บริโภค” โดย นางสาวสารี อ๋องสมหวัง ประธานและคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการโทรคมนาคม วันจันทร์ที่ ๑๗ ธันวาคม ๒๕๕๕ เวลา ๑๑.๐๐ น. ที่ ชั้น ๒ อาคารหอประชุม สำนักงาน กสทช. ๘๗ ถ.พหลโยธิน ซอย ๘ (ซอยสายลม) แขวงสามเสนใน เขตพญาไท กทม.

 

 

เครือข่ายผู้บริโภค นัดรวมตัว ถ.สีลม 10 โมงพรุ่งนี้ ค้านปรับขึ้น LPG ปีหน้า 6 บาท/กก.

มีความชัดเจนว่า ปี 2556 กระทรวงพลังงานจะปรับขึ้นราคาก๊าซหุงต้มหรือแอลพีจีทั้งภาคครัวเรือนและภาคขนส่งเพิ่มอีก 6 บาทต่อกิโลกรัมจากราคาปัจจุบัน ที่ราคาประมาณ 18 บาทต่อกิโลกรัม โดยจะทยอยปรับขึ้นเดือนละ 50 สตางค์ต่อกิโลกรัม

ซึ่งวันพรุ่งนี้ เวลา 10 นาฬิกา เครือข่ายธรรมาภิบาลด้านพลังงาน นำโดยนายอิฐบูรณ์ อ้นวงษา จะเคลื่อนไหวคัดค้านการปรับขึ้นแอลพีจีที่ถนนสีลมซึ่งเป็นย่านธุรกิจใจกลางเมืองกรุงเทพมหานครโดย จะใช้วิธีเคาะกระทะเป็นสัญญลักษณ์การต่อต้าน พร้อมแจกเอกสารตีแผ่ความจริงก๊าซหุงต้มใครปล้นคนไทย?” โดยมีตัวแทนหลายเครือข่ายเข้าร่วม เช่น  มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค,เครือข่ายสลัม 4 ภาค,  คณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย, กลุ่มทวงคืนพลังงาน และเครือข่ายแรงงานนอกระบบ

 

จากนั้น  ในวันที่ 20 ธันวาคม เครือข่ายผู้บริโภคในต่างจังหวัดจะรวมตัวยื่นหนังสือคัดค้านการขึ้นแอลพีจีถึงนายกรัฐมนตรีผ่านทางผู้ว่าราชการจังหวัด  ขณะเดียวกันในกรุงเทพมหานครก็จะขึ้นป้ายยักษ์และแจกเอกสารใบปลิวรณรงค์ให้ความรู้ประชาชนเพื่อให้เข้าใจเกี่ยวกับการคัดค้านปรับขึ้นแอลพีจีในครั้งนี้บริเวณสะพานลอยและลานรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ

 

ส่วนวันที่ 21 ธันวาคม เครือข่ายปฏิรูปพลังงานแห่งชาติจะเดินรณรงค์โดยเริ่มต้นที่ลานพระบรมรูปทรงม้าไปสิ้นสุดที่หน้ารัฐสภา และยื่นหนังสือต่อประธานรัฐสภาเพื่อคัดค้านเรื่องนี้

 

ขณะที่ตลอดเดือนมกราคม 2556 เป็นต้นไป จะจัดกิจกรรมทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัดในรูปแบบของเวทีสาธารณะเพื่อให้ความรู้ประชาชน

 

สำหรับการปรับขึ้นแอลพีจีในปีนี้ผู้ที่ได้รับผลกระทบได้แก่กลุ่มผู้ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนซึ่งมีกว่า 3 ล้านครัวเรือน และกลุ่มผู้ไม่มีไฟฟ้าใช้อีกกว่า 1 แสน 9 หมื่นครัวเรือนโดยกระทรวงพลังงานจะชดเชยราคาให้ 2 กลุ่มดังกล่าวกว่า 3 ล้าน 8 แสนครัวเรือนหรือครอบครัวละไม่เกิน 6 กิโลกรัมต่อเดือน

 

ส่วนภาคการขนส่ง ก็จะทะยอยปรับขึ้นราคาสูงสุดในปี 2556 ซึ่งจะทำให้ราคาแอลพีจีทั้งภาคครัวเรือนและขนส่งจะกลายเป็นราคาเดียวกันที่กิโลกรัมละ 24 บาท 82 สตางค์

 

ขณะที่ภาคอุตสาหกรรมจะยังไม่เปลี่ยนแปลงราคา โดยยึดเพดานสูงสุดไม่เกินกิโลกรัมละ 30 บาท 13 สตางค์

 

วิทยากรน่าสนใจ..ร่วมเพียบ! 24 ธ.ค.55 เสวนา“1 ปี กสทช. กับความ (ไม่) สมหวังของสังคมไทย” 

ขอเชิญร่วมงาน NBTC Public Forum ครั้งที่ ๑๑หัวข้อ 

“๑ ปี กสทช. กับความ (ไม่) สมหวังของสังคมไทย” 

วันจันทร์ที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๕๕  เวลา ๐๙.๐๐ – ๑๖.๓๐ น.ณ ห้องแกรนด์บอลรูม ชั้น ๓  โรงแรมเซ็นจูรี่ พาร์ค (Century Park Hotel)

๐๙.๐๐ – ๐๙.๓๐ น. ลงทะเบียน

๐๙.๓๐ – ๐๙.๔๕ น. กล่าวเปิดและกล่าววัตถุประสงค์การจัดเวทีเสวนา  โดย กสทช.ประวิทย์  ลี่สถาพรวงศา และ กสทช.สุภิญญา กลางณรงค์

๐๙.๔๕ – ๑๒.๐๐ น. เสวนาเรื่อง “1 ปี กสทช. กับความ (ไม่) สมหวังของสังคมไทย” 

๐๙.๔๕ – ๑๐.๔๕ น.มุมมองด้านกิจการด้านโทรคมนาคม        ดร.อนุภาพ ถิรลาภ  นักวิชาการอิสระ                                    

คุณอิสริยะ ไพรีพ่ายฤทธิ์   ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัย บริษัท สยามอินเทลลิเจนต์ยูนิต จำกัด                                     

ดำเนินรายการโดย คุณอดิศักดิ์  ศรีสม

๑๐.๔๕ – ๑๑.๐๐ น. รับประทานอาหารว่าง

๑๑.๐๐ – ๑๒.๐๐น. มุมมองด้านวิทยุและโทรทัศน์                  

ดร.สมเกียรติ  อ่อนวิมล  สื่อมวลชนอาวุโส

ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูตร  คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๑๒.๐๐ – ๑๓.๐๐ น. รับประทานอาหารกลางวัน

๑๓.๐๐ – ๑๖.๑๕ น. เสวนาเรื่อง “1 ปี กสทช. กับความ (ไม่) สมหวังของสังคมไทย” 

๑๓.๐๐ – ๑๔.๓๐ น.มุมมองด้านเศรษฐศาสตร์ รศ.ดร.วรากรณ์ สามโกเศศ   อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

ผศ.ดร.ภูรี สิรสุนทร  คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

มุมมองด้านกฎหมาย ดร.เอื้ออารีย์ อิ้งจะนิล  คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย                          

ผู้เชียวชาญด้านกฎหมาย*

๑๔.๓๐ – ๑๔.๔๕ น. รับประทานอาหารว่าง

๑๔.๔๕ – ๑๖.๑๕ น. มุมมองด้านงานคุ้มครองผู้บริโภค คุณสารี  อ๋องสมหวัง   มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค

คุณจอห์น วิญญู  SpokeDark.TVมุมมองด้านสิทธิและเสรีภาพ(สาธารณะ)

ดร.ยุกติ มุกดาวิจิตร คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

คุณจีรานุช  เปรมชัยพร   ประชาไท

 

ประมวลภาพ..! “ทักษิณ ชินวัตร”ยิ้มร่า..ขึ้นมอบรางวัลกลางเวทีมวย ในฐานะ ปธ.กก.จัดการแข่งขันมวยไทย ที่มาเก๊า มี Ch11 ถ่ายทอดสด

image

image

image

image

image

image

image

image

image

 
ใส่ความเห็น

Posted by บน ธันวาคม 9, 2012 in การเมือง, ทั่วไป

 

งานใหญ่! 11 ธันวาฯ นิเทศฯ จุฬาฯ จัดเสวนา : 10 ปี วิทยุชุมชน และการปฏิรูปสื่อในสังคมไทย หลายเครือข่ายเข้าร่วม (กำหนดการ)

เสวนา : หนึ่งทศวรรษ วิทยุชุมชนและการปฏิรูปสื่อในสังคมไทย

11 ธันวาคม 2555 เวลา 08.00 – 15.00 น.

ณ คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

 
08.00 น.- 09.00 น.   ลงทะเบียน 

09.00 น.- 09.30 น.   กล่าวต้อนรับผู้เข้าร่วมและชี้แจงวัตถุประสงค์การจัดงาน 
                            ชมวีดิทัศน์ 1 ทศวรรษ วิทยุชุมชนไทย 
09.00 น.- 12.00 น.   เวทีเสวนา “ 10 ปี วิทยุชุมชนกับการพัฒนาสังคมการเมืองและประชาธิปไตย ” 
                           . นพ.อำพล จินดาวัฒนะ 
                             เลขาธิการสานักงานคณะกรรมการสุขภาพแห่งชาติ 
                           . นายพรพิพัฒน์ วัดอักษร 
                             สถานีวิทยุชุมชนบ่อนอก 
                            . น.ส.แสงระวี ดาปะ 
                             เครือข่ายเด็กและเยาวชนจังหวัดเลย 
                           . น.ส.ศรินทิพย์ หมั้นทรัพย์ 
                             นักวิชาการอิสระ 
                           . นายสาวิทย์ แก้วหวาน 
                             ประธานสหภาพพนักงานรัฐวิสาหกิจการรถไฟแห่งประเทศไทย 
 
                           . คุณบุญยืน ศิริธรรม 
                             ประธานสมาพันธ์คุ้มครองผู้บริโภค 
 
                           . ผศ.ดร.เอื้อจิต วิโรจน์ไตรรัตน์ 
                             ผู้อานวยการโครงการมีเดีย มอนิเตอร์ 
                             
 
ดำเนินรายการ โดย นายวิชาญ อุ่นอก เลขาธิการสหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ 
 
12.00 น.-13.00 น.    พักรับประทานอาหารกลางวัน 
 
13.00 น.-15.00 น.    เวทีเสวนา “เหลียวหลัง แลหน้า การปฏิรูปสื่อในสังคมไทย” 
                             . ผศ.ดร.พิรงรอง รามสูต 
                               ศูนย์ศึกษานโยบายสื่อ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 
                             . น.ส.สุภิญญา กลางณรงค์ 
                               กสทช. 
                             . นพ.นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ 
                               กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ 
                             . น.ส.สุวรรณา สมบัติรักษาสุข 
                               ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย 
 
                               ดำเนินรายการโดย ศรีจุฬา หยงสตาร์ มูลนิธิไฮน์ริคเบิลล์เอเชียตะวันออกเฉียงใต้