RSS

อะไรจะเกิด! เมื่อ 5 บอร์ด กสทช. ฝั่งกระจายเสียง สวนหมัด ไม่รับรองผลประมูล 3G

22 ต.ค.

 

คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) มี 5 คน


สุทธิพล ทวีชัยการ


พ.อ.เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ 

ประธานบอร์ด กทค.

ประเสริฐ ศีลพิพัฒน์


พล.อ.สุกิจ ขมะสุนทร

น.พ.ประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา

(เสียงข้างน้อย เป็นส่วนใหญ่)

บอร์ด กทค.ทั้งคณะรับผิดชอบต่อการจัดทำหลักเกณฑ์ และกำหนดระเบียบ ประกาศ ที่เกี่ยวกับการจัดประมูลคลื่นความถี่ 3 จี เมื่อ 16 ต.ค.55  มีเพียงน.พ.ประวิทย์ ที่ได้ทักท้วงและทำคำสงวนไว้เกี่ยวกับราคาตั้งต้นที่ต่ำเกินไป  ตั้งแต่ก่อนการประมูล และภายหลังประมูล น.พ.ประวิทย์ ก็ยังยืนยันตามเดิม

.. ความเคลื่อนไหวของกรรมการฝั่งโทรคมนาคม ที่ถูกภาคประชาชน และนักวิชากร รวมถึงคณะกรรมาธิการของวุฒิสภา ตรวจสอบในขณะนี้ ส่งผลให้วันนี้ (22 ตุลาคม 2555) ที่ประชุมคณะกรรมการ กสทช.ฝั่งกระจายเสียง (กสท.) อีก 5 คน มีมติเอกฉันท์ 5:0 ทำหนังสือถึงประธาน กสทช.

โดยนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กสทช. ระบุว่า มติวันนี้ก็เพื่อขอทราบข้อเท็จจริง รวมทั้งกระบวนการ และขั้นตอนการประมูลคลื่นความถี่ดังกล่าว เพื่อประกอบดุลพินิจในการรับรองผลการประมูลครั้งนี้ พร้อมเห็นว่า แม้เป็นอำนาจขาดที่คณะกรรมการทั้ง 2 ฝั่ง แบ่งหน้าที่กันทำงานชัดเจน แต่หากเป็นเรื่องที่เกี่ยวข้อง หรือสร้างความกังขาต่อสังคม กรรมการ กสทช. ที่ไม่ได้เกี่ยวข้อง ก็มีสิทธิ์ร่วมรับรู้และตัดสินใจเช่นกัน และได้นัดประชุมเพื่อกำหนดท่าทีร่วมกันอีกครั้งในวันที่ 29 ตุลาคมนี้

แหล่งข่าวจาก กสทช. ระบุว่า ภายหลังเสร็จสิ้นการประมูลเมื่อวันที่ 16 ตุลาคม 2555 มีกรรมการ กสทช.หลายคนคุยกัน และตั้งข้อสังเกตต่อผลการประมูลที่เกิดขึ้น โดยพบว่าไม่มีการแข่งขันมากถึง 6 ช่วง หรือ 6 ใบอนุญาต

นอกจากนี้ ยังไถ่ถามกันว่า จำเป็นต้องนำเข้าให้ที่ประชุมกสทช.ชุดใหญ่ ทั้ง 11 คน ลงมติรับรองหรือไม่ แต่ท้ายที่สุดแล้ว กสทช.ฟากโทรคมนาคม ต่างอ้างกฎหมายว่าให้อำนาจขาดในการตัดสิน จึงได้มีมติ 4:1 เสียง รับรองผลการประมูลที่เกิดขึ้นในวันที่ 18 ต.ค.55 โดยมีเพียงน.พ.ประวิทย์ ที่ลงมติไม่รับรอง และขอทำคำสงวนความเห็น

“ภายหลังการเสร็จการประมูล มีการประเมินว่า หากมีกระบวนการฟ้องร้องไปถึง ป.ป.ช. โดยเฉพาะการตีความว่าทำผิดกฎหมายป้องกันการฮั้วหรือไม่นั้น ทำให้กสทช.หลายคน ในฝั่งกระจายเสียงเริ่มไม่เห็นด้วยกับผลการประมูลที่ฝั่งโทรคมนาคม เริ่มมีการวิเคราะห์กันว่า หากเรื่องไปถึง ป.ป.ช. หากพิจารณาว่าเอกชนทำให้เกิดการฮั้วกัน เอกชนรายนั้นจะซวยถึงขั้นถูกเพิกถอนใบอนุญาต แต่หากพบว่าการไม่แข่งขันด้านราคา เกิดจากเอกชนทำตามกติกา แต่กติกามันห่วยผู้ที่จะซวย ก็คือ กสทช.ทั้ง 11 คน ไม่ใช่แค่ บอร์ด กทค. ที่มี 5 คนเท่านั้น”แหล่งข่าวระบุ 

นอกจากนี้ หากประเมินท่าทีกันแล้ว ยังพบว่า หากบอร์ด กทค.นำเรื่องเข้าที่ประชุมบอร์ดใหญ่ 11 เพื่อเป็นวาระ “แจ้งเพื่อทราบ” เท่านั้น ไม่ใช่”เพื่อพิจารณา” จะส่งผลให้ กรรมการฝั่งกระจายเสียง ลงมติ”รับทราบ” ด้วยหรือไม่ เพราะก่อนหน้านี้ น.ส.สุภิญญา ก็เคยตั้งข้อสังเกตกับสื่อมวลชนว่า แค่เอาเรื่องมาแจ้งเพื่อทราบ ก็ต้องดูก่อนว่าจะลงมติ”ทราบ” ด้วยหรือไม่ หรือถ้า ทราบแล้ว จะมีผลทางกฎหมายอย่างไร ซึ่งเรื่องนี้ ถึงขั้นอาจต้องปรึกษาฝ่ายกฏหมายก่อนเพื่อขอความชัดเจน

ขณะที่ กรรมการ กสทช.คนอื่นๆ เช่น พลโท พีระพงษ์ มานะกิจ กสทช. ก็เคยเปรยว่า จบงานนี้ อาจเกิดคดีอาญาตามมา ซึ่งหาก กทค.เสนอเข้าที่ประชุมจริงๆ  ก็มีความชัดเจนว่าจะขอโหวตสวนมติ

ส่วน นายธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์ กสทช.อีกเสียง ก็ได้เขียนข้อความผ่านทวิตเตอร์เมื่อวันที่ 21 ตุลาคม ว่า แม้ไม่ยินดีกับผลการประมูล แต่ก็เห็นว่าการประมูลที่ทำให้เกิดการแข่งขันกันนั้นยาก นอกจากนี้ ยังเคยไปเปรยกับกรรมการบางคนหลังเสร็จสิ้นการประมูลว่า กรรมการกทค.เคยบอกว่า ณ วันประมูลจะเกิดการแข่งขันกัน แต่เมื่อผลออกมาเป็นเช่นนี้ ก็เหมือนเอาส้วมมาให้

มีการประเมินว่า ถ้าบอร์ดกทค.นำเรื่องเข้าบอร์ดใหญ่ 11 คนจริง จะได้รับเสียงที่ไม่ได้คล้อยตามหรือสนับสนุนมากถึงครึี่ง หรืออาจเป็นครั้งแรกที่มากกว่าครึ่ง นับตั้งแต่ กสทช. ประชุมร่วมกันมา 1 ปี

เพราะหากพิจารณาดูจาก บอร์ด กทค.เอง ที่ก็คงประเมินได้ว่า เสียงตอบรับในบอร์ดใหญ่ไม่สู้ดี เพราะหากประเมินว่าเป็นบวกมากกว่าลบ ก็คงจะเร่งเอาเข้าบอร์ดเป็นวาระพิเศษได้นานแล้ว แต่ทั้งสัปดาห์นี้ ยังไม่มีแผนเสนอให้เรียกประชุมด้วยซ้ำ

ที่สำคัญ บอร์ดในกทค.บางคน พยายามออกสื่อ ให้ข่าวว่า เป็นอำนาจขาดของ 2 บอร์ดที่ใช้สิทธิ์ขาดกัน เรื่องเอาเข้าบอร์ดใหญ่ จึงรอเวลาเพื่อชงให้เป็นวาระ”แจ้งเพื่อทราบ”เท่านั้น ในเวลาที่ยังไม่มีความชัดเจน

นอกจากนี้  พันเอกนที ศุกลรัตน์ ประธานด้านกระจายเสียง ก็อาจลอยตัว เพราะโชคดีที่ไม่ได้อยู่ร่วมพิจารณามาตั้งแต่แรก  ส่วน น.ส.สุภิญญา ก็เป็นที่ชัดเจนว่า แสดงจุดยืน ร่วมกับ นพ.ประวิทย์ มาตั้งแต่แรก พร้อมทำคำสงวนมติไว้แต่แรกเช่นกัน แต่ครั้งนี้ ถ้าบอร์ด กสท.เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ก็น่าจะเป็นครั้งแรก ที่สุภิญญา อยู่ในกลุ่มเสียงข้างมาก ไม่ใช่เสียงข้างน้อยเหมือนทุกครั้ง

ส่วน พ.ต.อ.ทวีศักดิ์  งามสง่า กสทช.อีกคน ซึ่งเป็นตำรวจ ก็มีการประเมินว่า อาจต้องถอยเช่นกัน เพราะน่าจะเข้าใจดีกว่า กฎหมายฮั้ว มันเป็นข้อกฏหมายที่ชัดเจนและตรงไปตรงมา

ส่วนคณะกรรมการ ฟาก กระจายเสียง (กสท.) มี 5 คน ดังนี้ 

พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธาน กสท.

สุภิญญา กลางณรงค์

ธวัชชัย จิตรภาษ์นันท์

พล.ท.พีรพงษ์ มานะกิจ

พ.ต.อ.ทวีศักดิ์ งามสง่า

เท่ากับตอนนี้ เสียงที่ไม่เห็นด้วยกับผลการประมูล รวม เป็น 6 เสียง ซึ่งรวมถึง น.พ.ประวิทย์ ด้วย นั่นหมายถึงเป็น”เสียงข้างมาก” ในกสทช.

 

 พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี

ประธาน กสทช.

Advertisements
 
 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: