RSS

เป๊ะ! ผลสุ่มตรวจแท็บเล็ตป. 1 ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี

15 ก.ค.

การตรวจสอบคุณภาพ”แท็บเล็ตป.1″ เจ้าหน้าที่ใช้เวลาสุ่มตรวจ 500 เครื่อง จาก 59,000 เครื่อง เพียงแค่ 2 วัน จากกำหนดเดิม 5 วัน พบต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี พร้อมส่งผลรายงานให้คณะกรรมการตรวจรับฟันธงเอาไว้ หรือ ส่งคืนทั้งล็อต ด้านสตง.ตั้งข้อสังเกตเร่งรัดสุ่มตรวจ เด็กๆได้ใช้เครื่องไม่มีคุณภาพ-รัฐสูญงบ ส่วนศธ.ประกาศเลื่อนส่งมอบ 45,000 เครื่อง จากกำหนดเดิมวันพรุ่งนี้ ออกไปไม่มีกำหนด


 
 
15ก.ค.55-  มีรายงานผลการตรวจสอบคุณภาพแท็บเล็ตป.1 ที่เจ้าหน้าที่บริษัททีโอที ซึ่งเข้ามาช่วยกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีทีสุ่มตรวจสอบมาตรฐานทางเทคนิคเครื่องแท็บจำนวน 500 เครื่องจากจำนวนทั้งหมดที่ได้รับมอบมาแล้ว 5 หมื่น 9 พันเครื่องพบว่ามีจำนวน 7 เครื่องที่คุณภาพไม่ได้มาตรฐานเกี่ยวกับตัวเครื่องเช่นหน้าจอมีระบบสัมผัสหรือทัชสกรีนช้าและเกิดปัญหาหน้าจอติดๆ

ดับๆ  ซึ่งผลการสุ่มตรวจพบว่า ต่ำกว่ามาตรฐานครบ 7เครื่อง ตามเกณฑ์ ที่ยอมให้ต่ำกว่ามาตรฐานพอดี ซึ่งแหล่งข่าวระบุว่า จากนี้ต้องดูว่าคณะกรรมการตรวจรับ ของไอซีที  ที่มีนายสมบูรณ์เมฆไพบูลย์วัฒนาผู้อำนวยการสำนักส่งเสริมและพัฒนารัฐบาลอิเล็กทรอนิกส์เป็นประธาน จะตัดสินใจอย่างไรว่า ยอมให้ผ่านไป หรือ ต้องส่งคืนทั้งหมดประมาณ 59,000 เครื่อง คืนให้บริษัท เสิ่นเจิ้น สโคปฯ  ตามที่มีการสุ่มตรวจ 

ส่วนการตรวจสอบคุณภาพอุปกรณ์เสริมเช่นหูฟังและที่ชาร์ตแบตพบว่า มีไม่ได้มาตรฐาน 3 ชิ้น  ส่วนการสุ่มตรวจสอบล็อตสอง ยังไม่เริ่มต้นในขณะนี้ เพราะอยู่ระหว่างการรอส่งมอบล็อตให้ครบจำนวน 35,000 เครื่องก่อนจึงจะเริ่มสุ่มตรวจได้
 
เป็นที่น่าสังเกตว่าเจ้าหน้าที่ร่นเวลาตรวจสอบเหลือแค่ 2 วันจากกำหนดเดิมที่ต้องใช้เวลา 5 วันและขณะนี้เจ้าหน้าที่ได้ส่งรายงานสรุปผลการตรวจสอบให้คณะกรรมการตรวจรับตังแต่วันที่ 13 กรกฎาคมที่ผ่านมาแล้ว
 

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส รักษาการสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) ตั้งข้อสังเกตว่าการร่นเวลาสุ่มตรวจสอบเครื่องจะส่งผลให้เกิดโอกาสที่เครื่องที่ไม่มีคุณภาพจะหลุดรอดไปถึงมือเด็กๆได้ง่ายขึ้น เห็นว่าในการบริหารต้องการให้คำนึงถึงประโยชน์สูงสุดที่หน่วยราชการจะได้รับ เพราะต้องสูญเสียงบประมาณจำนวนมากในการใช้จ่าย และทุกฝ่ายคาดหวังว่าจะต้องได้ขอที่มีคุณภาพตามคุณสมบัติตามที่พรรณากันไว้  หากไม่ตรวจรับให้เข้มงวด และปล่อยผ่านออกไปจะกลายเป็นภาระใหญ่มาก โดยเฉพาะการซ่อมบำรุงที่จะเกิดขึ้นมาภายหลัง เพราะหากใช้ประโยชน์ไม่ได้เต็มที่ ก็อาจทำให้เกิดการสูญเสียประโยชน์ ขาดประสิทธิภาพ สิ้นเปลืองงบประมาณเกินกว่าเหตุ ไม่จำเป็นต้องมีโครงการนี้ก็ได้
 
“การเร่งรัดเวลาอยากให้ทบทวนดูว่า หากเร่งไปแล้วได้ขอไม่มีคุณภาพ แต่ได้ของไปทันเวลาแล้วจะมีประโยชน์อะไรหากใช้ไม่ได้ อยากให้คำนึงถึงตรงนี้มากๆ โดยเฉพาะเจตนารมย์การใช้ประโยชน์เป็นสำคัญ เพราะโครงการนี้ไม่ใช่ถูกๆ ยิ่งต้องคำนึงว่าเป็นเงินภาษี เงินแผ่นดิน เงินของประชาชนทั้งประเทศ คนที่ดูแลโครงการนี้ต้องตระหนักกันให้มากๆ ซึ่งการเร่งรัดเป็นความรับผิดชอบของผู้ที่เร่งรัดอยู่แล้ว การเร่งรัดก่อให้เกิดผลเสีย ความไม่สมบูรณ์ อยากให้ระวังอยู่เรื่องว่าการเร่งรัดแบบนี้ ทางฝ่ายราชการของเราไม่ได้ประโยชน์เท่าที่ควร แต่ฝ่ายที่ได้ประโยชน์คือใคร และเค้าสมควรได้รับประโยชน์อย่างนี้หรือไม่ หากการเร่งรัดทำห้คนขายสินค้า ส่งมอบสินค้าได้ที่คุณภาพยังไม่พร้อม แต่ปล่อยให้การตรวจรับผ่านไปได้ แต่เอาไปใช้ก็เกิดปัญหาต้องส่งกลับมาซ่อมใหม่ มันเป็นความเสียหายที่ต้องคำนึงถึง อยากฝากทุกฝ่ายให้คำนึงถึงคุณภาพเป็นสำคัญ ถามว่ามันสำคัญอย่างไร ต้องส่งมอบกันวันที่ 16 ทำพิธีกันไปแล้ว แต่ของไม่ได้คุณภาพ มันควรจะรอบคอบกันก่อน หรือ เจตนารมย์เราต้องการให้ออกไปลวกๆ แบบนี้หรือไม่”นายพิศิษฐ์ กล่าว

 

นายพิศิษฐ์ กล่าวด้วยว่า แม้โครงการนี้จะมีเจตนาดีให้เยาวชนได้ใช้เครื่องมีที่มีความทันสมัย แต่ก็มีสถาบันการศึกษาหลายแห่งที่ได้ศึกษาวิจัยแล้วว่า การนำเครื่องมาใช้กับเด็กป.1 นั้น ไม่เหมาะสม เท่ากับชั้นป.4 ซึ่งสตง.อยู่ระหว่างการทำข้อศึกษาเรื่องนี้ด้วยเพื่อเสนอแนะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและผู้เกี่ยวข้องเร็วๆ นี้
 
 

มีความชัดเจนว่ากระบวนการตรวจรับเครื่องแท็บเล็ตป.1 ของกระทรวงไอซีทียังไม่เสร็จสิ้นตามขั้นตอนจึงส่งผลกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนส่งมอบเครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจากกำหนดเดิมในวันพรุ่งนี้จำนวน 45,000 เครื่องไปยังสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหรือสพป.ตามลำดับตัวอักษรได้แก่กระบี่ , กรุงเทพมหานคร, กาญจนบุรี, กาฬสินธิ์, กำแพงเพชรและขอนแก่นต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด

สำหรับโครงการนี้ พรรคเพื่อไทยชูเป็นหนึ่งในนโยบายที่ใช้หาเสียงการเลือกตั้งปี 2554 และเริ่มต้นโครงการจริงจังเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2555 เมื่อคณะรัฐมนตรีแต่งตั้งคณะกรรมการแท็บเล็ตจำนวน 14 คน มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธาน และมีรัฐมนตรีไอซีทีร่วมเป็นคณะกรรมการ โดยให้ใช้วิธีดำเนินการแบบรัฐต่อรัฐจัดหาจำนวน 9 แสนเครื่อง วงเงินงบประมาณของกระทรวงศึกษาธิการ 1 พัน 900 ล้านบาท ตั้งเป้าส่งมอบให้เด็กๆ 8 แสนคนได้ทันในช่วงเปิดเทอมเดือนพฤษภาคม 2555

แต่ต่อมา คณะกรรมการแท็บเล็ต ได้ตั้งคณะทำงานอีก 2 ชุดเพื่อพิจารณาคุณสมบัติเครื่องแท็บเล็ตให้เป็นไปตามคุณสมบัติที่กำหนดไว้ ส่วนอีกชุดพิจารณาการจัดซื้อจัดหาโดยกระทรวงไอซีทีผู้รับผิดชอบ

ระหว่างนั้น ฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีทั้ง 2 กระทรวงและคณะกรรมการแท็บเล็ต ต่างไม่มีใครเปิดเผยรายละเอียดแบบเป็นทางการ เกี่ยวกับรายละเอียดโครงการ ว่าจะดำเนินการอย่างไร ท่ามกลางกระแสข่าวปัญหาความไม่ลงรอยกันระหว่างรัฐมนตรีไอซีทีและศึกษาธิการ

 

 

(ภาพจาก คุณredfrog53 เว็บบอร์ดขบวนการเสรีไทย)

จนกระทั่ง ปลายเดือนปลายเดือน 21 มีนาคม 2555 คณะรัฐมนตรีสัญจร จังหวัดภูเก็ต มีมติอนุมัติโครงการนี้อีกครั้ง โดยปรับเพิ่มการจัดซื้อจาก 9 แสนเครื่องเป็น 1 ล้านเครื่องและอนุมัติวงเงินจัดซื้อจาก 1 พัน 900 ล้านบาทเป็นไม่เกิน 3 พันล้านาท และให้กระทรวงไอซีทีเป็นฝ่ายรับผิดชอบในการจัดซื้อ  โดยมีสาระสำคัญอยู่ที่การปรับเปลี่ยนจากจีทูจี มาเป็นเป็นจีทูจีในรูปแบบทำสัญญาโดยตรงกับบริษัทเสิ่นเจิ้นสโคปซึ่งเป็นรัฐวิสาหกิจที่รัฐบาลจีนรับรอง ซึ่งเอ็มโอยูแบบนี้ นายพิศิษฐ์ รักษาการผู้ว่าการสำนักตรวจเงินแผ่นดิน ตั้งข้อสังเกตว่า เป็นวิธีที่แปลกประหลาด และไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในประเทศไทย

ส่วนแผนความคืบหน้าโครงการ หรือ รายละเอียดที่ชัดเจนต่างๆ นั้น ไอซีทีเปิดเผยแค่เรื่องการกำหนดคุณสมบัติหรือทีโออาร์เท่านั้น ส่วนรายละเอียดการทำสัญญาที่ชัดเจนนั้นแม้สื่อมวลชนได้เรียกร้องให้เปิดเผยแต่ก็ฝ่ายเกี่ยวข้องต่างก็ปฎิเสธต่อเนื่อง

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน กรกฎาคม 15, 2012 in ไอที

 

ป้ายกำกับ: , , , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: