RSS

เสียงสะท้อน..จากวิศกรโยธา สนข. ผู้ทำข้อมูล ทำไมรถไฟไทย จึงตกรางบ่อยในช่วงนี้ และเสี่ยงตกรางถึงปี56

03 มิ.ย.

เสียงสะท้อน..จากวิศกรโยธา สนข. ผู้ทำข้อมูล ทำไมรถไฟไทย จึงตกรางบ่อยในช่วงนี้

3 มิถุนายน 2555- อุบัติเหตุขบวนรถไฟตกราง หลายต่อหลายครั้งที่เกิดขึ้นทั้งในพื้นที่กรุงเทพมหานคร และต่างจังหวัดในช่วงนี้ และเกิดในลักษณะถี่มากขึ้นนั้น นายพิเชษฐ คุณาธรรมรักษ์ วิศวกรโยธาชำนาญการ สำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กระทรวงคมนาคม อธิบายว่า ปีนี้เป็นช่วงจังหวะเวลาที่รางรถไฟ และหัวรถจักร มีสภาพทรุดโทรมมากที่สุด เนื่องจากถูกใช้งานมายาวนานกว่า 30 ปี และจะส่งผลให้ในช่วงระหว่างปี 2555-2556  มีแนวโน้มเกิดเหตุรถไฟตกรางได้อีกต่อเนื่อง

ซึ่งเป็นเรื่องที่สนข.และรัฐบาลก็ทราบมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้ว โดยสนข.เสนอรัฐบาลสมัยรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ เป็นนายกรัฐมนตรีทราบ  คณะรัฐมนตรีจึงอนุมัติงบประมาณกว่า 1.7 แสนล้านบาท ปรับปรุงรถไฟทั้งระบบตั้งแต่บูรณะสายทางเดิม, เพิ่มเติมหัวรถจักร,จุดตัดรถไฟ, ระบบอาณัติสัญญาณ ฯลฯ ให้แล้วเสร็จภายใน 1-2 ปี  ซึ่งงบประมาณที่ได้รับ 1.7 แสนล้านบาท ดูเหมือนจะมาก แต่ก็นับว่าน้อยมากเมื่อเปรียบเทียบกับงบประมาณที่หน่วยอื่นได้รับจัดสรร เช่น การก่อสร้างถนน ของกรมทางหลวง หรือกรมทางหลวงชนบท

“ในปี 2555 เรียกว่ายังไม่ถึงจุดต่ำสุด เพราะรถไฟยังต้องเสนอสภาพที่แย่กว่านี้ ตกรางมากกว่านี้ แต่ทุกคนต้องช่วยกันก่อนที่ีจะได้ของใหม่ๆ มาทดแทนในปีหน้า  สนข.ได้สำรวจข้อมูลพบว่ารางรถไฟ และหัวรถจักรมีอายุเฉลี่ย 30-40 ปี ซึ่งเรารู้อยู่แล้ว และแผนการลงทุนเราเริ่มมาตั้งแต่ปีที่แล้ว แต่แผนการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมันยังไม่สามารถทำได้รวดเร็วอย่งที่เราต้องการภายใน 1 วันหรือ 1 สัปดาห์ มันต้องใช้เวลาเป็นปีในการเปลี่ยนแปลงหัวรถจักรกว่าร้อยหัว ซึ่งในช่วง 2 ปีนนี้ คนของการรถไฟฯ ต้องให้ความใส่ใจเป็นพิเศษ 2-3 เท่า ระมัดระวังเป็นเท่าทวีคูณ ก่อนที่จะได้หัวรถจักรใหม่ในปี 2 ปีนี้ วันนี้ทุกคนรู้ว่าของมันเก่า แต่ทุกคนก็ต้องใส่ใจให้มากขึ้นไปอีก”นายพิเชษฐ กล่าว 

ทั้งนี้ หากดูเรื่องบุคคลากร นอกจากจะขาดแคลนแล้ว คนที่มีความรู้ความสามารถเข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับรถไฟฯ มีไม่มากนัก แทบไม่น่าเชื่อว่า การรถไฟฯ ทั้งองค์กร ในอดีตถึงไม่กี่ปีมานี้มีคนเป็นดอกเตอร์มาทำงานแค่คนเดียว แต่ปัจจุบันมีมากขึ้นแล้ว แต่ก็มีแค่ 3-4 คน หากเปรียบเทียบกับกรมทางหลวงนั้น มีผู้เป็นดอกเตอร์มากถึง 127 คน

แต่หากเปรียบเทียบกับ บริษัท เดินรถไฟฟ้า รฟท.จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทเดินรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงค์เส้นทางพญาไท-สุวรรณภูมิ ซึ่งเป็นบริษัทลูกของการรถไฟแห่งประเทศไทย น้องใหม่ล่าสุด กลับเห็นชัดเจนว่า เป็งองค์กรที่เป็นตัวอย่างที่ดี มีบุคคลที่มีลักษณะสมาร์ท เป็นคนรุ่นใหม่เข้ามาทำงานกันมาก แม้จะเป็นลูกหลานของคนรถไฟจริงๆ แต่ก็นับว่าผ่านการคัดเลือกมาจาก ศศินทร์ จุฬาลงการณ์มหาวิทยาลัยมาแล้ว

ซึ่งปัญหาของการรถไฟก่อนที่หัวรถจักรจะเข้ามา 1-2 ปีนี้ จำเป็นจริงๆ ที่พนักงานจะต้องให้ความใส่ใจกับขบวนรถไฟที่วิ่งกว่าวันละ 200 ขบวน เพราะหากจะนำรถออกวิ่งก็ไม่ได้ เพราะต้องให้บริการผู้โดยสาร ทุกคนต้องช่วยกันพยุงกันไปก่อน

(ตอนต่อไป โปรดติดตามการแก้ปัญหา และพัฒนารถไฟไทย)

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน มิถุนายน 3, 2012 in คมนาคม, ทั่วไป

 

ป้ายกำกับ: , , , , , ,

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: