RSS

ล้มจีทูจี “แท็บเล็ต” ศธ.ชงครม.”MOU”เอกชนรายเดียวแบบไม่เปิดประมูลแทน รมว.ไอซีที ยันไทยห่วงตีความผิดกม. ไม่หวั่นถูกครหา

10 เม.ย.

ล้มจีทูจี “แท็บเล็ต” ศธ.ชงครม.”MOU”เอกชนรายเดียวแบบไม่เปิดประมูลแทน รมว.ไอซีที ยันไทยห่วงตีความผิดกม. ไม่หวั่นถูกครหา

19มีนาคม 2555- เป็นเรื่องใหญ่และถูกตั้งคำถามตามมาทันทีถึงข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นในการจัดหาแท็บเล็ตให้เด็กๆ นักเรียนชั้นปอหนึ่ง เมื่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรีวันพรุ่งนี้ จะเปลี่ยนแปลงวิธีจัดหาจากการความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ เป็นลงนามบันทึกข้อตกลงกับเอกชนเพียงรายเดียวแทน

ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี สัญจรจังหวัดภูเก็ตวันพรุ่งนี้ นายสุชาติ ธาดาธำรงเวช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ระบุว่า จะเสนอเปลี่ยนวิธีจัดซื้อเครื่องแท็บเล็ตเด็กปอหนึ่ง จากระบบรัฐบาลต่อรัฐบาล หรือ จีทูจี มาเป็นการลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ หรือ เอ็มโอยู ซึ่งเรื่องนี้เป็นไปตามการหารือร่วมกันระหว่างกระทรวงศึกษาธิการ / กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งจะเสนอขอต่อคณะกรรมการวัสดุครุภัณฑ์ ว่าไม่ต้องผ่านกระบวนการประมูลผ่านระบบอิเล็กทรอนิค หรือ อีอ๊อกชั่น ทั้งนี้ กระทรวงการต่างประเทศ จะเป็นผู้ลงนามในเอ็มโอยู และกระทรวงไอซีที จะเป็นผู้ดำเนินการจัดซื้อ

แหล่งข่าว ระบุว่า โครงการจัดหาแท็บเล็ต ส่งผลให้รัฐบาลจีนสนใจอยากได้ดิวโครงการนี้ เพราะจำนวนการจัดหาและมูลค่ามีราคาสูง แต่รัฐบาลไทยต้องจ่ายเงินให้รัฐบาลจีนโดยตรง

แต่หากเป็นไปตามที่นายสุชาติพูดจริง การทำเอ็มโอยู อาจส่งผลให้รัฐบาลสามารถดิวได้กับบริษัทเอกชนได้โดยตรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งดำเนินการตามวิธีพิเศษ ซึ่งไม่ทำให้เกิดการประมูล ก็จะยิ่งส่งผลให้รัฐบาลเกิดข้อครหา

นาวาอากาศเอกอนุดิษฐ์ นาครทรรพ รมว.ไอซีที ระบุว่า เหตุผลสำคัญที่ไม่ทำจีทูจีระหว่างรัฐต่อรัฐ เนื่องจากรัฐบาลจีนได้เสนอให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลในการทำจีทูจีกับประเทศไทย แต่ฝ่ายกฎหมายรัฐบาลไทยตีความแล้วว่าการให้เอกชนเป็นตัวแทน อาจทำให้ขัดต่อกฎหมายไทย ที่ระบุว่าต้องเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐเท่านั้น จึงต้องเปลี่ยนจากจีทูจีมาเป็นเอ็มโอยูกับเอกชนที่เป็นตัวแทนรัฐบาลจีนแทน พร้อมยืนยันไม่กังวลข้อครหาที่อาจเกิดขึ้นว่าไม่โปร่งใสในการเลือกบริษัทดำเนินการ โดยไม่เปิดกว้างให้มีการประมูล

“ผมยืนยันว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรียกว่าเป็นการล้มโครงการนะครับ แต่เป็นเรื่องที่เราดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรี และเมื่อประเทศจีนได้เสนอให้บริษัทเอกชนรายหนึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลจีน แต่เมื่อเรามาพิจารณาแล้วจึงเห็นว่าอาจขัดต่อกฎหมายของไทย เพราะการทำจีทูจีจะต้องเป็นความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ แต่เรื่องนี้เมื่อเอกชนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีน ฝ่ายไทยจึงตีความว่าอาจขัดต่อกฎหมายไทย จึงเปลี่ยนให้เป็นวิธีเอ็มโอยูกับบริษัทเอกชนรายเดิมเป็นผู้ได้สิทธิ์ และจากนี้ก็จะเป็นไทยที่ดิวกับเอกชนโดยตรง รวมถึงเงินที่ต้องจ่ายในโครงการนี้ด้วย”รมว.ไอซีที กล่าว  

ส่วนประเด็นที่ว่าทราบเมื่อไรว่าจะต้องเปลี่ยนมาใช้วิธีการนี้ รมว.ไอซีที ระบุว่า ทราบเมื่อจีนส่งจดหมายยืนยันว่ามอบหมายให้เอกชนเป็นตัวแทนรัฐบาลจีน แต่ส่วนตัวไม่แน่ใจจดหมายส่งมาเมื่อไร เพราะไม่เห็น และขอให้เป็นหน้าที่ของกระทวงการต่างประเทศที่จะต้องชี้แจงเรื่องขึ้นตอนระหว่างประเทศ เพราะไม่อยากไปก้าวก่ายการปฎิบัติหน้าที่ของหน่วยงานอื่นแม้ว่าตนจะเป็นผู้ได้รับมอบอำนาจจากคณะกรรมการแท็บเล็ต ให้เป็นผู้แถลงเพียงคนเดียวก็ตาม

เมื่อถามว่า ในเมื่อเปลี่ยนแปลงจีทูจีแล้ว เหตุใดจึงไม่เปิดประมูลอีออคชั่น เพื่อเปิดกว้างให้รายอื่นด้วย แต่กลับใช้วิธีพิเศษ รมว.ไอซีทีถามกลับว่า แล้วคุณคิดว่าจะมีใครเสนอราคาพิเศษให้แบบนี้หรือไม่ ด้วยเสปคที่สูงขนาดนี้ ใครจะเสนอราคาที่ดีกว่านี้ ถูกกว่านี้มีหรือเปล่า มันไม่มีหรอก แต่ถ้ามีช่วยชี้แจงมาด้วยก็จะรับฟัง

เมื่อถามว่า ทำแบบนี้อาจถูกครหาได้ว่าไม่โปร่งใส รมว.ไอซีที ระบุว่า ไม่โปร่งใสอย่างไร ในเมื่อเราดำเนินการตามมติคณะรัฐมนตรีว่าอย่างไรก็ทำไปตามนั้น เราไม่ได้ล้มจีทูจีนะครับ แต่เปลี่ยนวิธีเป็นแบบนี้แทน พูดตั้งแต่ต้นแล้วว่าทุกอย่างเป็นไปตามกฎหมาย ซึ่งวันพรุ่งนี้คนที่เสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี คือคุณสุชาติ ไม่เกี่ยวกับกระทรวงไอซีที เรื่องนี้ท้ายสุดแล้ว หากไม่มีใครกังขาก็จะต้องเดินหน้าต่อไป

สำหรับก่อนหน้านี้ รัฐบาล”ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” เมื่อครั้งประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อเดือนกุมภาพันธ์2555 ได้อนุมัติให้จัดหาโครงการแท็บเล็ตสำหรับเด็กป.1 จำนวนเกือบ 9 แสนเครื่อง โดยใช้วิธีความร่วมมือระหว่างรัฐต่อรัฐ หรือ จีทูจี แต่หลังจากนั้นก็มีกระแสข่าวต่อเนื่องว่าจะนำสินค้าเกษตร โดยเฉพาะข้าวไปแลกกับโครงการแท็บเล็ต และถูกวิจารณ์จากหลายฝ่ายว่าไม่คุ้มค่า ต่อมาก็ทางรัฐมนตรีไอซีทียืนยันว่า การทำจีทูจี จะเป็นการใช้งบประมาณปี 2555 ของกระทรวงศึกษาธิการจำนวน 1,900 ล้านบาทสำหรับจัดซื้อ โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนสินค้าเกษตรในแท็บเล็ตรุ่นแรกที่จะนำมาแจกในเทอมแรกของปีการศึกษาที่จะถึงในเดือนพฤษภาคมนี้

และเมื่อวานนี้ รัฐมนตรีไอซีที ก็ยืนยันว่านายกรัฐมนตรี เรียกรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีที ศึกษาธิการ และต่างประเทศ หารือพร้อมกำชับให้ดูแลขึ้นตอนการทำจีทูจีให้เรียบร้อยโดยเฉพาะคุณภาพของแท็บเล็ต รวมถึงการผลิต การขนส่ง และกระจายไปตามโรงเรียนต่างๆ ให้ทันในเดือนพฤษภาคมนี้ โดยเมื่อวานนี้รัฐมนตรีไอซีที ยืนยันว่า เครื่องแท็บเล็ตล็อตแรกจะมาถึงมือคุณครูจำนวน 2 พันคนทั่วประเทศเพื่อให้ทดลองใช้ตามโคตรงการ”ครูขั้นเทพ”

แต่ล่าสุดวันนี้ รัฐมนตรีศึกษาธิการก็ออกมาให้สัมภาษณ์ว่าจะเปลี่ยนแปลง และรัฐมนตรีไอซีทีก็ยืนยันว่าไม่ได้ล้มจีทูจีแต่เปลี่ยนวิธีเป็นเอ็มโอยูแทน

สำหรับเสป็คของแท็บเล็ต ประกอบด้วยหน้าจอ 7 นิ้ว ความละเอียด 1024 คูณ 768 พิกเซล ความจำ(เมมโมรี่) 16 GB ระบบประมวลผล 1 GB  เป็นแบบ Dual Core ความจำหลัก 512 KB แอนดรอย์ Linux Kennel 2.6.36 ขึ้นไป

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 10, 2012 in การเมือง, ไอที

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: