RSS

“ดีดีบินไทย vs ปธ.สหภาพฯ” กับทิศทางลดหุ้น พลิกกระดานรัฐวิสาหกิจ ไปสู่เอกชน ปมลดหุ้น 2% เข้ากองทุนวายุภักดิ์ ช่วยลดหนี้สาธารณะ

10 เม.ย.

21ม.ค.2555 เป็นการให้สัมภาษณ์ครั้งแรก ระหว่างผู้บริหารการบินไทย และประธานสหภาพฯ ในเรื่องเดียวกัน เมื่อวันที่ 21 ม.ค.55 ซึ่งนายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัทการบินไทย ได้อธิบายว่า ..

ดีดีการบินไทย

“การลดสัดส่วนหุ้น จะทำให้การบินไทยเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจมาเป็นเอกชนเต็มตัว ซึ่งจะทำให้ความคล่องตัวเพิ่มขึ้นมากในการบริหารจัดการทั่วไปในหลายเรื่อง ซึ่งการบริหารจัดการที่คล่องตัวมากขึ้น หรือรวดเร็วมากขึ้น ผมว่ามันคือหัวใจของการบริหารงานธุรกิจการบินที่มีการแข่งขันสูง ที่มีการเปลี่ยนแปลงสูงมาก 

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าทำหนังสือ”สวัสดี” ซึ่งเป็นหนังสือที่การบินไทย มีให้ผู้โดยสารอ่านบนเครื่องบิน เราไม่ได้เสียค่าใช้จ่ายในการทำ มีบริษัทมารับงาน และหาโฆษณา เราได้เงินจากบริษัทที่รับทำ เราได้รายได้ เราไม่มีรายจ่าย แต่ว่า ถ้าเผื่อมูลค่ามันเกิน  1 พันล้านบาทในการลงทุน และนิยามการลงทุนมันยุ่งยาก และต้องทำตามพรบ.ร่วมทุนฯ ซี่งมีความยุ่งยากและสลับซับซ้อนพอสมควร ซี่งร่วมทุนตรงบริษัทแบ่งรายได้ให้การบินไทย รวมถึงดิวตี้ฟรี บนเครื่องบิน สมมติว่าเกิน  1 พันล้านบาท ก็ต้องเข้าพรบ.ร่วมทุนฯ เหมือนกัน แทนที่จะทำสัญญาคัดเลือกกันได้ง่ายๆ ก็จะทำกระบวนการซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงปัญหาเล็กๆ น้อยๆ เต็มไปหมดในการบริหารจัดการ

แต่ถ้าการลดหุ้น แล้วทำให้การบินไทย ไม่ได้เป็นไปตามนิยามของความเป็นรัฐวิสาหกิจ กฎหมาย หรือกฎระเบียบต่างๆ เหล่านี้ก็จะหมดไปทันที การดำเนินการเมื่อเป็นเอกชน ก็จะทำในลักษณะที่เป็นประโยชน์สูงสุด แต่ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นการเอาคนใดคนหนึ่งมาทำได้เลย แต่จะมีวิธีการคัดเลือกให้แข่งขัน หรือประมูลกัน เพียงแต่ขั้นตอนที่ต้องทำตามกฎหมาย หรือความยุ่งยากต่างๆ จะหายไปทันที

ส่วนข้อกังวลที่ว่า หากการบินไทยเป็นเอกชน ก็อาจไม่ได้รับการสนับสนุนจากกระทรวงการคลังในเรื่องเงินกู้นั้น ที่ผ่านมากระทรวงการคลัง ไม่เคยค้ำประกันเงินกู้ให้การบินไทย ซึ่งสัญญาเงินกู้ช่วงหนึ่งเคยมีข้อกำหนดว่า กระทรวงการคลัง ต้องถือหุ้นเกินร้อยละ 50 แต่ตอนนี้ข้อกำหนดนั้นได้ถูกแก้ไขให้ไม่มีแล้ว สัญญาเงินกู้ของการบินไทยทั้งหมด ไม่มีเงื่อนไขว่ากระทรวงการคลังต้องถือหุ้นเกินร้อยละ 50

สิ่งที่ยากที่สุดสำหรับผมตอนนี้ คือ เรื่องการลดสัดส่วนหุ้น มันเป็นเรื่องที่ต้องทำความเข้าใจกับพนักงาน และผมคิดว่าเป็นเรื่องยากที่สุด สำหรับประเด็นนี้ แม้จริงๆ การจะทำอะไร อย่างไร จะเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นเป็นหลัก ที่เค้าอาจจำเป็นต้องดำเนินการ เพื่อช่วยลดภาระหนี้สาธารณะ ซึ่งมันเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้นทั้งหมด ไอ้การขายหุ้นมันเป็นเรื่องของผู้ถือหุ้น แต่สิ่งที่จะต้องทำคือการสร้างความเข้าใจ และทำให้พนักงานสบายใจ แต่เราไม่จำเป็นต้องมีคณะทำงานเพื่อศึกษาแล้ว และไม่เกี่ยวกับเรื่องสวัสดิการ หรือค่าตอบแทน ซึ่งเป็นไปตามกฎหมายแรงงานอยู่แล้ว”

นางแจ่มศรี สุขโชติรัตน์ ประธานสหภาพแรงงานรัฐวิสาหกิจ ก็ได้เรียกประชุมด่วนสหภาพฯ ทันทีเมื่อวานนี้ (20ม.ค.) จากนั้นได้เปิดเผยว่า
“เรื่องการถือหุ้นของการบินไทย เป็นเรืองที่ทุกรัฐบาลพยายามลดสัดส่วนการถือครองหุ้นจากกระทรวงการคลังกันทุกรัฐบาล แต่ครั้งนี้ดูแล้วพนักงานกังวลใจมากที่สุด เพราะเราเข้าใจแนวทางรัฐบาลดีว่ากำลังคิดทำอะไร  พนักงานมองว่าเรื่องนี้เป็นประเด็นสำคัญ เพราะไม่ว่าจะเป็น บริษัท ปตท. หรือ การบินไทย ต่างก็เป็นบริษัทของประเทศไทย

การบินไทย คิดอยู่เสมอ ว่าเราเป็นรัฐวิสาหกิจที่คนไทยเคยภาคภูมิใจมาตลอด และการบินไทยได้สร้างชื่อเสียงมาตลอด 51 การที่ประชาชนคนไทย หรือรัฐบาลไทย มีบริษัทสายการบินของคนไทย มันน่าจะเป็นเรื่องที่ทุกคนควรจะต้องภาคภูมิใจ และควรเก็บเอาไว้เป็นรัฐวิสาหกิจของชาติ คือเราไม่อยากพูดถึงเรื่องพนักงาน เพราะส่วนใหญ่สังคมอาจมองว่าพนักงานกำลังรักษาผลประโยชน์ส่วนตน แต่จริงๆ แล้วต้องมองว่าไม่ใช่ เพราะพนักงานการบินไทย ก็ยังถือบัตรประชาชนไทย เพราะฉนั้นความเป็นคนไทย คือเรารักษาความเป็นรัฐวิสาหกิจของชาติเพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทยทุกคน

วันนี้การประกาศลดหุ้นการบินไทย เข้ากองทุนวายุภักษ์ก็เป็นส่วนที่พนักงานกังวลใจ เพราะเราจะหมดสภาพความเป็นพนักงานรัฐวิสาหกิจเป็นเอกชนทันที เรื่องนี้อยู่ที่มุมมองว่าประโยชน์นั้นใครได้ เรื่องแบบนี้ต้องคุยกัน พนักงานก็ต้องจัดประชุมใหญ่วิสามัญเพื่อจัดประชุมสมาชิกสหภาพฯ ที่มีกว่า 15,000 คน เราอยากให้พนักงานทุกคนกระตือรือร้นและสนใจสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับบริษัทของเรา เราคงต้องฟังความเห็นพนักงานอีกส่วน ซี่งเราเชื่อว่าพนักงานการบินไทย เป็นบุคคลที่มีความรู้ และระดับการศึกษาดีในระดับหนึ่ง และมองการบินไทยในหลายมิติ ส่วนนี้จะช่วยทำให้เราได้คิดอะไรรอบคอบขึ้น

แต่ส่วนที่สำคัญ คือรัฐบาลเอง คงต้องคุยกับเราอย่างเปิดอก สิ่งที่เราต้องการคือความจริงว่ารัฐบาลมองการบินไทยอย่างไร และการลดหุ้นลงร้อยละ 2 จะช่วยใคร เป็นเรื่องที่ต้องถามว่าช่วยใคร ช่วยรัฐบาล ช่วยประชาชน ช่วยผู้ใช้บริการ หรือช่วยอะไร หรือหวังว่าจะทำให้การบินไทยเกิดความคล่องตัวในการปรับปรุงประสิทธิภาพ ซึ่งสหภาพฯ เห็นด้วยเสมอเรื่องปรับปรุงประสิทธิภาพ แต่ต้องอยู่บนพื้นฐานของความจริงที่เรารู้ปัญหาของการบินไทยจริงๆ

เราอยากให้รัฐบาลตระหนักด้วยว่า ประเทศที่มีสายการบินของตัวเอง มันน่าจะเป็นประโยชน์กับรัฐบาลด้วย ทั้งเรื่องความมั่นคง และความเป็นหน้าตาของไทย ทุกครั้งที่ประเทศเกิดวิกฤต สายการบินไทยจะเข้ามาให้บริการสังคมควบคู่กับเชิงพาณิชย์ไปด้วย ซึ่งมีเพียงสายการบินของเราที่จะช่วยดูแลในส่วนนี้ อยากให้รัฐบาลมองอะไรเป็นภาพกว้างมากขึ้น

เราไม่แน่ใจว่าการลดหุ้นร้อยละ 2 ที่ทำให้การบินไทยหลุดจากความเป็นรัฐวิสาหกิจ มันก็จริง แต่ถามว่าความคล่องตัวในการบริหารนั้น จะเกิดขึ้นจริงหรือไม่ เพราะอย่างน้อยกระทรวงการคลังก็ยังถือหุ้นใหญ่อยู่ร้อยละ 48 เราจะทำอะไรได้จริงอย่างที่เราหวังไว้หรือเปล่า เพราะหากยังมีกระทรวงใดถือหุ้นใหญ่ มันก็ไม่พ้นสภาพอย่างที่เราเห็นๆอยู่ ถ้ามองว่าอันนี้คือภาระ มันก็ยังเป็นภาระ เพราะฉะนั้นอะไรคือประเด็นหลักแท้จริง ก็ต้องคุยลึกๆในรายละเอียด

ความกังวลใจมากที่สุดของพนักงานตอนนี้ คือ ส่วนใหญ่ไม่มั่นใจว่าเราลดหุ้นร้อยละ 2 แล้ว เราจะเกิดประสิทธิภาพหรือความคล่องตัวจริงหรือไม่ หรือเป็นเพียงการต้องการเพื่อเอาเงินไปทำอย่างอื่น ถ้าเป็นแค่นั้นเราจะเสียของ เสียประโยชน์เปล่า เพราะรัฐวิสาหกิจแห่งนี้ใหญ่โตมีทรัพย์สินมากมาย ถ้าเราลดหุ้นร้อยละ 2 และคิดว่าจะไปลดหนี้สาธารณะนั้น มันไม่ใช่ หากจะลดหุ้นเพื่อไปลดหนี้สาธารณะ อันนี้มันไม่น่าจะเกิดประโยชน์สูงสุดจริงๆ ตามที่เป็นข่าว คิดว่าถ้าจะทำจริงๆ มาคุยกันดีกว่าเป้าหมายต้องการอะไร วันนี้เรายังไม่ชัดเจนเลย

การลดหุ้น ก็ไม่ได้หมายความว่า การบินไทยจะปลอดจากการเมือง  ตอนนี้ มันไม่มีคำตอบใดที่ทำให้พนักงานมั่นใจได้ว่า ทำแล้วจะประสบผลได้อย่างที่บอกไว้ ตอนนี้เราอยากให้รัฐมนตรีกระทรวงการคลังออกมาชี้แจงให้ชัดเจนว่า ถ้าทำแล้ว สังคมไทยได้อะไร ประชาชนได้อะไร ผู้ถือหุ้นรายย่อยได้อะไร และพนักงานเองคิดว่าเค้าคงเข้าใจได้ สิ่งที่เรายึดมั่นคือประโยชน์ส่วนรวม แต่คุณอธิบายสังคมได้ว่า เราลดหุ้นร้อยละ 2 แล้ว สังคมได้อะไร ประชาชนได้อะไร และรัฐได้อะไรจริงๆ

เราไม่ต้องการเห็นว่า ลดหุ้นเพียงเพื่อให้บริษัทเปลี่ยนจากรัฐวิสาหกิจเป็นเอกชนเต็มตัว แล้วมีผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เข้ามาช้อนแล้วเอาไปเป็นผลประโยชน์ส่วนตน อันนี้เราคิดว่าจะเป็นสิ่งที่สังคมรับไม่ได้ อันนี้คือคำตอบของเรา ซึ่งรัฐมนตรีต้องอธิบายให้ได้ว่าทั้งหมดคืออะไร ซึ่งสัปดาห์หน้าเราก็จะขอเข้าพบ อยากให้รัฐมนตรีเปิดเวทีสาธารณะชี้แจงให้ทุกฝ่ายเข้าใจ

สิ่งที่กำลังจะเกิด ไม่ใช่เรื่องง่ายในการทำความเข้าใจกับพนักงาน เพราะเรามีคำถามว่าเราได้อะไร ถ้าลดร้อยละ 2 เพื่อให้เป็นเอกชนและปลดหนี้สาธารณะได้คิดว่าไม่ใช่คำตอบ และเกิดความไม่สบายใจกับทุกฝ่าย แต่ถ้าหากคำตอบได้มาคุยกัน ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง แต่วันนี้ ทุกคนเกิดคำถามว่า ทำไมเราไม่เก็บรัฐวิสาหกิจนี้ไว้เพื่อให้เป็นความภาคภูมิใจของคนไทย

Advertisements
 
ใส่ความเห็น

Posted by บน เมษายน 10, 2012 in คมนาคม

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s

 
%d bloggers like this: