RSS

Category Archives: กสทช.

ล้วงลึก! อะไร..ยังไง..”โครงการ แจกคูปองส่วนลด 690 บาท กับ การเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”

image

5 กรฏาคม 2557

สัมภาษณ์พิเศษ : ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ สำนักงาน กสทช. 

“โครงการแจกส่วนลดคูปอง 690บาท กับการเปลี่ยนผ่านทีวีดิจิตอล 22.9 ล้าน ครัวเรือน”
 

ถาม : ย้อนอดีต.. จุดเริ่มต้น คูปองส่วนลดทีวีดิจิตอล

“..เส้นทางคูปอง เริ่มจากบอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. นำเสนอ ขอกรอบวงเงินขั้นต่ำเพื่อแจกคูปอง ถ้าใช้เงินประมูลขั้นต่อ 15,800 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนการเปลี่ยนผ่านจากอนาล็อค เป็นระบบดิจิตอล แต่หลังประมูลปรากฏว่า ได้มาก 5 หมื่นกว่าล้าน บอร์ดกระจายเสียงฯ จึงเสนอ บอร์ดบริหาร กองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทปส.) ว่าจะแจก 1,200 ล้านบาท ต่อครัวเรือน มีแนวคิดจะแลกได้ 4 อย่าง คือ แลกกล่องดาวเทียม / แลกกล่องเคเบิ้ล / แลกกล่องดิจิตอล และ ทำเป็นส่วนลดของทีวีดิจิตอล

หลังจากเสนอเข้าไปที่บอร์ด กทปส. ก็ได้พิจารณา และเชิญ บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ชี้แจง 2 ครั้ง และได้คุยกันเรื่องราคากลางว่า 1,200 บาท ราคาจะสูงเกินไปหรือไม่ ก็ทบทวนกันอีกครั้ง

บอร์ดกระจายเสียงฯ กสทช. ก็ทำกรอบใหม่ได้ราคากลางออกมาว่า ไม่น่าเกิน 1 พันบาท ก็เสนอที่ประชุม กทปส.อีกครั้ง จากนั้น กทปส.ตั้งคณะทำงาน ดูราคากลาง จากนั้นได้ผลศึกษา 1,019 บาท ไม่ว่าจะเป็นกล่องรับสัญญาณดาวเทียม หรือ เคเบิ้ล หรือ กล่องดิจิตอล พร้อมเสา ทาง บอร์ด กทปส.นำเสนอที่ประชุมบอร์ดใหญ่ กสทช. แต่ระหว่างที่กำลังพิจารณาประเด็นนี้ ก็เกิดการยึดอำอาจจาก คสช.
 

จากนั้น ทาง คสช. ขอพิจารณา และให้สำนักงาน กสทช.ไปชี้แจง หลังชี้แจงแล้ว คสช.ก็เห็นชอบให้แจกคูปองได้ แต่ต้องให้รับฟังความห็นสาธารณะ เนื่องจากว่า ในขณะนั้น มีหลายองค์กรยื่นเรื่องร้องเรียน กับ คสช. เช่น กระบวนการแจกฯ ราคาสูงไปหรือไม่ / แลกได้ ไม่กี่อย่าง ราคาสูงเกินไป ทาง คสช.จึงให้รับฟังความเห็นสาธารณะ ขณะที่ กสทช.จัดรับฟังความเห็นฯ ใน 5 ประเด็น คือ 1.มูลค่าคูปองที่จะแจก 2. คูปอง แลกอะไรได้บ้าง 3. จำนวนครัวเรือน ที่จะต้องแจก มีเท่าไหร่ 4. วิธีการแจกคูปอง อย่างไร และ 5. กระบวนการป้องกันการทุจริตต่างๆ จะดำเนินการอย่างไร
 

หลังจากรับฟังความเห็นสาธารณะแล้ว ก็สรุปเรื่องเข้าที่ประชุม บอร์ดใหญ่ กสทช. ก็หารือกันทุกประเด็น แต่วันนั้น มีหนังสือจาก สำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน มาด้วย คอมเม้นท์ถึงโครงการที่เกิดขึ้นด้วย
 
ฉะนั้น ประเด็นแรก จากที่รับฟังความเห็นสาธารณะ เรื่อง มูลค่าคูปอง แนวโน้มของประชาชน อยากได้ 1 พันบาท ไม่ใช่ 690 บาท แต่บอร์ด กสทช.เอง ได้พิจารณาแล้วว่า มูลค่าคูปองที่จะออกไป เราอิงอยู่บนพื้นฐานของราคาประมูลขั้นต่ำที่กำหนดไว้ คือ 15,800 ล้านบาท หารด้วย 22.9 ล้านครัวเรือน จะออกมา 690 ล้านบาท เป็นราคาที่สนับสนุนการเปลี่ยนผ่านเท่านั้น ไม่ใช่ราคาขายกล่อง หากอยากซื้อของดีกว่านั้น ก็เพิ่มเงินเองได้ไม่เป็นไร นี่คือมติของบอร์ด กสทช.
 

นอกจากนี้ จะไม่ได้ต้องไม่มีการถกกเถียงกันในปัญหาต่างๆ ว่า ราคากล่อง ออกมาเท่าไหร่ เพราะองค์กรมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ก็บอกว่า ราคา 500-600 บาท ก็ขายได้แล้ว จะออกมา 1 พันบาท ทำไม มติบอร์ด วันนั้น จึงฟันธงที่ราคา 690 บาท
 

ส่วนที่สอง ถามว่า คูปองจะนำไปแลกอะไรได้บ้าง บอร์ดได้อภิปรายกันว่า เงินนี้ มันเป็นเงินที่เกิดจากการประมูลทีวีดิจิตอล ดังนั้น การแลกควรแลกได้เฉพาะกล่อง ที่เปลี่ยนได้เฉพาะกล่องอนาล็อค ที่เปลี่ยนผ่านไปสู่ดิจิตอลเท่านั้น คือ แลกได้เฉพาะกล่องแปลงสัญญาณเท่านั้น ส่วนกล่องรับสัญญาณดาวเทียม และกล่องเคเบิ้ลทีวีแลกไม่ได้ และมติที่ประชุมกสทช. ให้นำคูปองไปเป็นส่วนลดซื้อเครื่องทีวีดิจิตอล
 

ส่วนที่สาม วิธีการแจก ทางบอร์ด กสทช.ได้คอมเม้นท์ว่า หลายฝ่ายบอกว่า อยากให้ประชาชนยืนยันสิทธิ์ก่อน ถึงจะถือว่ามีการแจกออกไป หากไม่ยืนยัน ก็ไม่ต้องแจก จะได้ไม่สิ้นเปลือง บอร์ดกสทช.ได้พิจารณากันประเด็นนี้ว่า หากให้ประชาชนไปยืนยันสิทธิ์ ระยะเวลาดำเนินการจะถูกลากออกไปให้ล่าช้าอีก 2-3 เดือน / เป็นการสร้างภาระให้ประชาชน เนื่องจาก การยืนยันสิทธิ์ ในต่างจังหวัดก็ต้องไปที่ว่าการอำเภอ, อบต, อบจ. ของแต่ละพื้นที่ จะสร้างความเดือดร้อน และมีค่าใช้จ่ายเกิดกับประชาชนแน่นอน
 

นอกจากนี้ บอร์ด กสทช.ได้ถกเถียงกัน คือ หากประชาชนไม่ไปยืนยันสิทธิ์ หาก กสทช.ตัดสิทธิ์ เราจะใช้ฐานอำนาจข้อไหน ไปตัดสิทธิ์เค้าได้ เช่น ประชาชน เค้าบอกว่า วันนั้นติดธุระขึ้นมาทำให้ไปยืนยันสิทธิ์ไม่ได้ แล้ววันนั้นไม่ส่งคูปองไปให้เค้า จะนำไปสู่กระบวนการฟ้องศาลปกครองหรือไม่ ว่า เค้าใช้สิทธิ์อยู่ แต่กสทช.ไม่แจกให้ จะทำให้กระบวนการแจกคูปองล่าช้าไปกว่าเดิมอีก

บอร์ด กสทช.ทุกคนได้อภิปราย และเห็นว่า ให้แจกออกไปก่อน เพราะจะมีเงื่อนไขระยะเวลาการใช้คูปองภายใน 6 เดือน หากประชาชนไม่ใช้ คูปองก็เป็นอันสิ้นผลไป เงินกลับมาที่กองทุน กทปส. และ สำนักงาน กสทช.ต้องนำส่งให้เป็นรายได้ของแผ่นดินอยู่แล้ว ซึ่งการจัดส่งจะต้องส่งไปไปรษณีย์ จำนวน ทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน
 

ประเด็นที่สี่ เรื่องป้องกันการทุจริต ซึ่งแต่เดิมเราได้วางฐานข้อมูล ที่จะต้องมีการลงทุนกว่า 900 ล้านบาท แต่บอร์ด กสทช.อภิปรายว่า ควรป้องกันการทุจริตฯ ระดับปานกลางก็พอ ไม่จำเป็นต้องป้องกันการทุจริตระดับ 100% เพราะงบประมาณในการวางฐานข้อมูลมันมากเกินควร จึงขอให้สำนักงาน กสทช.ไปดำเนินการขึ้นพิมพ์คูปอง ขอให้มีการปลอมแปลงได้ยากที่สุด

ส่วนตัวใบคูปอง จะต้องพิมพ์เลขบัตรประชาชนลงไปบนคูปอง เพื่อให้สอดคล้องกับเลขบัตรประชาชนที่ประชาชนมี โดยมาตรการนี้ ไม่ต้องจ่ายเงินถึง 900 กว่าล้านบาท โดยบอร์ด กสทช.มีมติ เห็นชอบ ให้สำนักงาน กสทช. พิมพ์คูปอง โดยจ้างหน่วยงานของรัฐ ที่กำหนดไว้ในขณะนี้ คือ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ส่วนวิธีการส่ง ทาง บริษัทไปรษณีย์ไทย จะรับผิดชอบในการจัดส่งไปถึงทุกครัวเรือน
 
ซึ่งแผนทั้งหมดนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ส่งมอบให้ คสช. พิจารณาเมื่อวันนี้ ( 5สิงหาคม 2557)  รวมถึงแผนการใช้จ่ายเงิน ว่า หากอนุมัติออกมาทั้งหมด 22.9 ล้านครัวเรือน จะต้องใช้กรอบวงเงินทั้งสิ้น 15,800 ล้านบาท แต่ปีนี้ สำนักงาน กสทช. มี 11,000 ล้านบาท ขาด 4 พันกว่าล้าน ซึ่ง สำนักงาน กสทช. จะขอตัดเงินที่มาจากรายได้จากากรประมูลงวดหน้า ในปีหน้า 4 พันกว่าล้านบาท เข้าเป็นรายได้ของ กทปส. เพื่อนำไปแจกเป็นคูปองให้ประชาชนต่อไป..”
 
ถาม : ตามขั้นตอน หลัง คสช.อนุมัติแผนแล้ว กระบวนการแจกคูปองฯ เป็นอย่างไร

 “..ในระหว่างรอ คสช.อนุมัติ ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. ได้ แต่งตั้งคณะกรรมการ 4 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการพิมพ์คูปอง / คณะกรรมการ แจกคูปอง / คณะกรรมการกำกับดูแลในการแจกคูปอง ให้เกิดความเป็นธรรม และคณะกรรมการพิจารณาให้ผู้ประกอบการกล่องดิจิตอลเข้าร่วมโครงการว่า จะกำหนดคุณสมบัติอย่างไรบ้าง ขณะนี้ สำนักงาน กสทช. เตรียมการเบื้องต้น แล้ว รอเพียงการอนุมัติแผนทั้งหมด จากคสช. ตอนนี้ มีการประสานกองสลากเพื่อเตรียมจัดพิมพ์ และ บริษัทไปรษณีย์ไทยที่รับผิดชอบขนส่งแล้ว ในส่วนการออกคุณสมบัติ (TOR) ของผู้เข้าร่วมโครงการ ตอนนี้ อยู่ระหว่างการลิสต์รายชื่อบริษัท เพื่อออกหนังสือเชิญให้เค้าเข้าร่วมโครงการกับเรา ประมาณกว่า 70 บริษัท
 

คณะกรรมการที่จะป้องกันการทุจริตต่างๆ จะมีคณะกรรมการชุดหนึ่ง โดยเป็นคนนอกเข้ามาร่วมด้วยในกรรมการทุกชุด และหน่วยงาที่เกี่ยวข้องจะต้องประสานการทำงานร่วมกัน เช่น เจ้าหน้าที่จากกรมการปกครอง หรือ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ สำนักงานคุ้มครองผู้บริโภค มาช่วยดูแลเรื่องการ ปลอมแปลง หรือ ใช้คูปองผิดประเภทด้วย..”
 

ถาม : เหลือเวลาอีก 1 เดือนเศษ ณ ตอนนี้ มีอะไรหนักใจบ้าง

“..ตอนนี้ถือว่าระยะเวลาบีบคั้นมาก แต่ผมหนักใจเฉพาะเรื่องการเฟ้นหาผู้เข้าร่วมโครงการกับเรา หากเปิดกว้างได้ทั้งหมดก็ยินดี แต่บริษัทที่เข้าร่วมจะต้องสร้างความมั่นใจให้กับ สำนักงาน กสทช. ด้วย ถ้าเกิดขายกล่องให้ประชาชนไปแล้ว สมมติ 5 แสนเครื่อง แล้วทิ้งหนีไปอย่างนี้ ไม่ได้เลย มันจะมีปัญหากับสำนักงานกสทช.มาก เพราะเป็นฝ่ายรับผิดชอบตรง

ดังนั้น การออกทีโออาร์ตั้งแต่แรก จะต้องคุ้มครองผลประโยชน์ของประชาชน และจุดบริการต่างๆ จะต้องอำนวยความสะดวกให้ประชาชน หลักประกันบางส่วนต้องมีให้เรา เพราะหากไม่มีหลักประกันเรื่อง จะทำให้บางบริษัทมายื่นเรื่อง แต่ไม่คุณสมบัติจะทำอะไรเลย ซึ่งแบบนี้ มันขัดกับระเบียบการจัดซื้อจัดจ้างด้วย ซึ่งทีโออาร์ จะน่าจะเสร็จได้เร็วๆนี้ และจะเสนอที่ประชุมบอร์ด กสทช.ที่อาจต้องเรียกประชมนัดพิเศษ หลังจาก คสช.ให้ความเห็นชอบแล้ว จึงจะเคาะเรื่องทีโอาร์ได้..”
 

ถาม : จุดเปลี่ยน สวนลด 1 พันบาท กับ 690 บาท ต่างกันอย่างไร

“..การคิดฐานตัวเลขราคาส่วนลดคูปอง 1 พันบาท ตามเดิม ที่ สำนักงาน กสทช. หรือ กทปส.คิดมานั้น มาจากราคาในตลาด ที่มีการจำเหน่าย ไม่เกิน 1 แสนกลอ่ง แต่ตอนนี้ หลายองค์กรบอกว่า หาก สำนักงาน กสทช. มีการซื้อครั้งละ 5 แสนกล่อง หรือ 1 ล้านกล่อง จะบอกว่า ราคากล่อง 1 พันบาท ก็ควรจะลดลงได้ ดังนั้น บอร์ด กสทช.จึงเห็นว่า ให้เป็นราคาตลาดแล้วกัน แต่ขอให้คูปองออกมาที่ 690 บาท ส่วนหากในตลาดจะขายมากกว่านี้ ก็ให้เป็นการแข่งขันกันในท้องตลาด
 

ราคาคูปอง 1 พันบาท ที่ลดมาเหลือ 690 บาท ส่วนหนึ่งมาจากผลรับฟังความเห็นสาธารณะ ที่ สำนักงาน กสทช. จัด และผู้ประกอบการ รวมถึง องค์กรคุ้มครองผู้บริโภค ที่เห็นว่า 690 บาท ก็มีความเหมาะสมแล้ว แต่การรับฟังความเห็น ประชาชน ก็อยากได้คูปองราคา 1 พันบาท แต่อยากให้แลกแล้วได้ กล่อง และเสาอากาศ
 
การทำให้ราคาถูกกว่า 690 บาท ก็มีความเป็นไปได้ ซึ่งหลายบริษัท ก็สามารถทำราคากล่องในราคาเท่ากับคูปอง ซึ่งเป็นสัญญาณที่ดี ที่จะทำให้เกิดราคาขายกล่องดิจิตอลถูกลงได้ ซึ่งราคา 690 ก็ถือว่าเหมาะสมที่สุด..”

ถาม : ปัญหา เอกชนเก็บบัตรประชาชนชาวบ้าน แลก กล่องดิจิตอล อ้างว่าได้สิทธิ์จาก กสทช. จะชี้แจงอย่างไร

“..ขณะนี้ พบปัญหาว่า บางบริษัท ไปเก็บบัตรประชาชนมานั้น ยืนยันว่า ทาง กสทช.ไม่มีการแต่งตั้งผู้แทนไปทำเช่นนั้น โดย สำนักงาน กสทช. จะส่งคูปองไปที่บ้านเลขที่ ตามทะเบียนราษฏร์ ทุกครัวเรือน จะส่งไปที่เจ้าบ้าน ส่วนผู้ดำเนินการถือว่ากระทำผิดกฎหมาย เราจะแบล็กลิสต์ ไม่ให้เข้าร่วมโครงการกับเรา ในส่วนที่ผิดกฎหมายอื่นๆ เราจะไปร้องทุกข์กับสถานีตำรวจในพื้นที่ต่อไป ตอนนี้แบล็กลิสต์ไปแล้ว เป็นมติบอร์ด กสทช. เรื่องนี้เป็นประเด็นที่ สำนักงานตรวจเงินแผ่นดินตรวจสอบพบ..”

 
ถาม : รูปแบบ คูปอง ที่จะแจกจ่ายให้ประชาชน เป็นอย่างไร

“..ตัวคูปอง ที่แจกจ่ายให้ประชาชน จะมีบ้านเลขที่ และเลข 13 หลักของเจ้าบ้าน อยู่บนคูปอง และจะนำไปใช้คู่กับบัตรประชาชน หากบ้านไหน จะมอบอำนาจ ก็ต้องนำบัตรประชาชนตัวจริงของเจ้าบ้านมาด้วย ไปที่ จุดแลกเปลี่ยน หรือ ศูนย์แต่ละจุด ที่บริษัทตั้งขึ้น โดยบริษัทเหล่านี้ จะต้องขึ้นทะเบียนร่วมโครงการขายกล่องกับกสทช. และเมื่อตรวจสอบคูปองผ่านแล้วว่าถูกต้อง บริษัท ก็จะให้ประชาชนเลือกกล่องได้ว่า จะเอากล่องประเภทรูปแบบไหน

ภายในกล่องนั้น จะมีสติ๊กเกอร์ 2 แบบ คือ สติ๊กเกอร์ติด กสทช. ว่าผ่านการรับรองมาตรฐานแล้ว ส่วนสติ๊กเกอร์อีกแบบ ยืนยันว่า บริษัทดังกล่าว เป็นบริษัท ที่เข้าร่วมโครงการกับ กสทช. และสติ๊กเกอร์นี้ จะติดอยู่บนคูปองด้วย เพื่อแสดงว่าประชาชนมีการใช้สิทธิ์ไปแล้ว และบริษัทจะนำคูปองที่ประชาชนนำมาให้ มาขึ้นเงินกับ กสทช. มีรหัสเลขหมายตามเลขที่ประจำกล่อง ที่ กสทช.อนุญาตให้ขายติดอยู่ด้วย ฉะนั้น กระบวนการขึ้นเงิน หรือ โกง จะยากพอสมควร

ถาม : หากประชาชน ได้คูปองไป จะขายแลกเป็นเงินแทนได้หรือไม่

“คูปองนี้ ไม่สามารถนำไปขายเป็นเงินสดได้ หากบริษัท ไปเก็บคูปองของประชาชนมาเอง ยังไงก็ตาม ก็ต้องมีสติ๊กเกอร์ของ กสทช.ที่มีลายน้ำพิเศษ ติดอยู่ด้วย ไม่มีทางปลอมแปลงได้อยู่แล้ว เพราะหากไม่มีสติ๊กเกอร์อยู่บนคูปอง จะไม่สามารถนำมาขึ้นเงินกับ กสทช.ได้แน่นอน ฉะนั้นบริษัทที่ไปรับมา จะขึ้นไม่ได้ และถือว่าบริษัท จะสูญเสียเงินให้ประชาชนโดยตรง..”

ถาม : ทำไม ถึงเลือกแจกคูปองฯ กสทช.เคยมีแนวทางอื่นพิจารณากันหรือไม่

“..เหตุผลที่แจกคูปองส่วนลดราคา เพราะจากเดิมคิดว่า จะแจกกล่องรับสัญญาณดิจิตอล แต่ บอร์ด กสทช.เคยคุยกันว่า อาจเอื้อให้เกิดการทุจริตในการประมูล หรือ จัดซื้อจัดจ้างได้มาก แต่หากแจกคูปอง ประชาชน จะยังมีทางเลือก หากเห็นว่า ยังไม่อยากได้กล่อง แต่อยากเป็นส่วนลดทีวี ก็สามรถทำได้ แต่หากมีทางเลือกเดียวคือ แจกกล่อง จะไม่มีโอกาสเป็นทางเลือกให้ประชาชน และเอื้อให้เกิดทุจริตด้วยซ้ำ ซึ่งการแจกคูปอง จะทำให้ช่วยทำให้การเปลี่ยนผ่านเป็นไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งแนวทางแจกคูปอง เห็นว่า เป็นแนวทางที่ดีที่สุดแล้ว และมีระยะเวลาการใช้งานคูปอง 6 เดือน..”

ถาม : คาดหวังไว้เท่าไร ว่า แจกคูปองฯ ไปแล้ว ประชาชนจะนำไปใช้ กี่เปอร์เซนต์

 “..ผมว่าเรื่องนี้ขึ้นอยู่กับการประชาสัมพันธ์ของกสทช.ด้วย แต่เข้าใจว่าทุกคนคนตื่นตัวในการแจกคูปองอยู่แล้วจากกระแสที่ออกมาว่าอยากให้มีการแจกคูปอง และโครงการนี้จะกระตุ้นเศรษฐกิจได้มาก ส่วนตัวผมคาดหวังว่า 70% จะมีการใช้คูปองแลกซื้อ ส่วนอีก 30% คิดว่า ไม่ใช้เพราะ เค้าอาจมีกล่อง หรือ เครื่องทีวีที่รับชมระบบดิจิตอล ได้อยู่ก่อนแล้ว..”

 

หวั่นเอื้อรายใหญ่! หมกเม็ด ชงบอร์ด กสทช. ล็อกสเปคร้านค้า แลกกล่องทีวีดิจิตอล ทุนจดทะเบียน 250 ล้านบาท

image

31 ก.ค.57

ตามมติที่ประชุม กสทช. วาระพิเศษ วันพุธ ที่ 30 ก.ค. 57(วานนี้)  มีมติเห็นชอบต่อหนังสือที่จะเสนอคณะรักษาความ สงบแห่งชาติ (คสช.) ผ่านคณะกรรมการติดตามและตรวจสอบการใช้จ่ายงบประมาณภาครัฐ (คตร.) เกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการโครงการสนับสนุนประชาชนในการเปลี่ยนผ่านไปสู่การรับชมโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอล โดยมีเนื้อหาสำคัญ การนำคูปองไปใช้แลกซื้อเครื่องและอุปกรณ์รับสัญญาณโทรทัศน์ดิจิตอล จำนวนครัวเรือนที่จะสนับสนุน วิธีการแจกคูปอง การจัดพิมพ์คูปอง และให้สำนักงาน กสทช. นำหนังสือดังกล่าวเสนอ คสช. ผ่าน คตร. เพื่อพิจารณาต่อไปนั้น

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ(กสทช.) ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค เปิดเผยกรณี คุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการคูปองแลกซื้อกล่องรับทีวีดิจิตอลที่ยังไม่ได้ข้อสรุปในที่ประชุม เพราะข้อเสนอจากสำนักงาน ได้กำหนดขอบเขตเงื่อนไขและคุณสมบัติของผู้เข้าร่วมโครงการฯ(ร้านค้า) ของเครื่องรับสัญญาณโทรทัศน์ภาคพื้นดินในระบบดิจิตอลทั้งในระดับประเทศและภูมิภาคที่อาจมีความเสี่ยง รวมทั้งการไม่ได้ส่งวาระเอกสารให้กรรมการอ่านก่อนล่วงหน้า จนได้มาเห็นเอกสารและพิจารณาในห้องประชุมเลยนางสาวสุภิญญา กล่าวถึงข้อเสนอในการกำหนดคุณสมบัติของบริษัทที่จะเข้าร่วมโครงการคูปอง ต้องมีทุนจดทะเบียนถึง 250ล้านบาทในระดับชาติ และ100 ล้านบาทในระดับจังหวัด ซึ่งความเห็นบอร์ดส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอนี้ เพราะมีความเสี่ยงที่จะเป็นการ “ล็อกสเปค” เอื้อรายใหญ่มากเกินไป

กรรมการจึงได้เสนอให้สำนักงาน ไปคิด ทบทวน ไตร่ตรอง ก่อนกลับมาเสนอใหม่ ไม่เสี่ยงต้องไป ปปช. กันหมด ซึ่งขณะนี้ มีกว่า 70 บริษัท ที่ผ่านขออนุญาตผ่านมาตรฐานทางเทคนิคขายกล่องจาก กสทช. ที่มีทุนจดทะเบียนตั้งแต่ 5 ล้านขึ้นไป ซึ่งการกำหนดให้มีทุนจดทะเบียนระดับร้อยๆล้าน อาจทำให้เหลือบริษัทน้อยรายที่จะมีสิทธิ์ ส่วนเงื่อนไขอื่นๆ เช่น ระบบ Call center จุดบริการให้ซ่อม ประกัน เปลี่ยน และมีทุนประกันเพื่อป้องกันการเชิดหนีก่อนโครงการจบอันนี้เห็นด้วย แต่ไม่เห็นด้วยเรื่องไปกำหนดทุนจดทะเบียนสูง “การแจกคูปอง เพื่อให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อสินค้าที่เขาพอใจ ที่ไม่ใช่การประมูลเพื่อแจกกล่องที่ต้องสกรีนบริษัทให้เหลือน้อยราย ซึ่งการกำหนดบริการอื่นๆหลังการขายถือเป็นการสกรีนรายเล็กๆออกจากระบบอยู่แล้ว

การไปกำหนดทุนจดทะเบียนสูงเกินเหตุ มันดูเหมือนจงใจเอื้อรายใหญ่ กีดกันรายกลางๆ เข้าสู่การแข่งขัน เมื่อมีบริษัทน้อยราย การ ‘ฮั้ว’ ราคา จะเกิดขึ้นได้ง่าย ราคากล่องจะไม่ถูกลงตามกลไกตลาดการแข่งขันจะไม่เสรีและเป็นธรรม ผู้บริโภคเสียประโยชน์ ส่วนตัวเสนอให้กำหนดเงินประกันตามจำนวนการขายกล่อง ใครขอขายมากก็จ่ายเงินประกันมาก ใครทุนน้อยก็จ่ายน้อย แล้วไปแข่งกันในตลาด เพราะรายเล็กมากๆ ที่เข้าร่วมโครงการคูปองลำบากอยู่แล้ว เพราะต้องมีระบบบริการหลังการขาย แต่ กสทช. ต้องไม่กีดกันรายกลาง รายย่อย รายใหม่ ซึ่งต้องรอข้อเสนอสำนักงานส่งกลับยังกรรมการอีกรอบ ฝากสังคมช่วยจับตาต่อไป” สุภิญญา กล่าว…

 

คำชี้แจง! กสทช. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ระงับประมูล 4G ตามแผนเดิม ส.ค. และ พ.ย.57

18 ก.ค.57

กสทช. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ขยายระยะเวลาเยียวยาผู้ใช้บริการมือถือคลื่น 1800 MHz ยืนยันซิมไม่ดับ พร้อมเร่งเสนอแนวทางแก้ไขกฎ ระเบียบ ให้โปร่งใส เป็นธรรม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า  ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งที่ 94/2557 เรื่อง การระงับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 ออกมานั้น มีผลทำให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม คือ การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz และการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz  ( 2 คลื่นนี้ ที่จะใช้ประมูล 4 จี) ที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมและเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 ตามลำดับ ต้องชะลอการดำเนินการออกไปก่อนเป็นระยะเวลา 1 ปี อันจะทำให้สามารถดำเนินการได้ประมาณเดือนกรกฎาคม ปี 2558

สำหรับกรณีของคลื่นความถี่ 1800MHz ที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานไปแล้ว และกำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ในวันที่ 15 กันยายน 2557 นี้ ตามคำสั่งดังกล่าวทำให้ระยะเวลาคุ้มครองฯ ขยายออกไปจนกว่าจะมีการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่แล้วเสร็จ

ดังนั้น ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นความถี่ 1800 MHz มั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้บริการโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่อง ซิมไม่ดับแน่นอน ประชาชนไม่จำเป็นต้องรีบย้ายค่าย

ทั้งนี้ กสทช. จะรีบดำเนินการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง หรือปรับปรุง หรือยกเลิก กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 45 และกฎหมายอื่นที่เป็นอุปสรรคให้มีความชัดเจน เพื่อรองรับการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลสูงสุด และสอดคล้องกับแนวนโยบายการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐ โดยคำนึงถึงความมั่นคงของรัฐและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

 

377 วิทยุชุมชน เตรียมเฮ! ชง คสช. ปลดล็อก ออกอากาศได้ หลัง กสทช. เข้าแจงเสนอขอปลดล็อก คลื่นถูก กม.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 มิ.ย. 57) เวลา 15.30 น. สำนักงาน กสทช. ได้เข้าชี้แจงต่อพล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้นำเสนอ คสช. ออกประกาศในการปลดล็อกให้สถานีวิทยุชุมชนดำเนินการออกอากาศได้

โดยมีเงื่อนไขในการที่จะออกอากาศ ดังนี้
1.เป็นสถานีที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง  

2. จะต้องผ่านการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. กำหนด คือ กำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงเสาไม่เกิน 60 เมตร และเมื่อออกอากาศแล้ว จะต้องมีรัศมีการให้บริการไม่เกิน 20 กิโลเมตร

3. หนึ่งนิติบุคคล ต่อหนึ่งใบอนุญาต

4. เนื้อหาในการออกอากาศจะต้องสอดคล้องกับประกาศของ คสช.

5.จะต้องมาทำ MOU ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดกับทางสำนักงาน กสทช.    

หากประกาศ คสช. ที่ทางสำนักงานฯ ได้เข้าไปชี้แจงเมื่อวานได้สามารถประกาศได้ในสัปดาห์นี้ สำนักงาน กสทช. ก็จะสามารถเริ่มที่จะให้ สถานีที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นทยอยออกอากาศได้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกอากาศได้ในทันที 377 สถานีก่อน

ส่วนสถานีอื่นที่จะต้องเข้ารับการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ สำนักงานฯ ได้ชี้แจงต่อหัวหน้าฝ่ายกฎหมายฯ คสช. แล้วว่าการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ ในการดำเนินการตรวจสอบด้านเทคนิค และด้านเนื้อหาที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ทางกองทัพภาคที่ 1-4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะร่วมกับสำนักงาน กสทช. ภูมิภาคทั้ง 14 เขต อำนวยความสะดวกให้กับสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ด้วย

หากประกาศ คสช. ได้ประกาศปลดล็อกการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนแล้ว เรื่องนี้จะกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของ กสทช. ที่จะมีการพิจารณาให้สถานีวิทยุดังกล่าวทยอยออกอากาศต่อไป

 

แถลงการณ์! วิทยุชุมชนโลก ห่วงใยสถานการณ์วิทยุชุมชนไทย จี้ คสช.-กสทช.ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ

image

19 มิถุนายน 2557

กาฐมาณฑุ-   สหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค สำนักงานในประเทศเนปาล กระตุ้นเตือนคสช. -กสทช. ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา สหพันธ์วิทยุชุมชนโลก หรือ AMARC(World Association of Community Radio Broadcaster) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่สนับสนุนการดำเนินการของวิทยุชุมชนมีองค์กรสมาชิกกว่า 4,000 แห่ง ใน 130 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายในการให้ความสนับสนุนที่นำไปสู่การพัฒนาของชุมชนและวิทยุกระจายเสียง ให้ความสำคัญกับหลักการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับวิทยุชุมชน ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายครั้งทั่วทุกภูมิภาค แอฟริกา อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา – แคริเบียน เอเชีย – แปซฟิก และยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ถึงความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสถานีวิทยุชุมชน จากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งช่าติ(คสช.) ในช่วงที่ผ่านมา

Maica Lagman ประธานสหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีประกาศคสช. ระงับการออกอากาศทางสถานีวิทยุที่ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณานั้น ว่า
แม้ในขณะนี้วิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณาจะได้กลับมาออกอากาศแล้วก็ตาม แต่การควบคุมเนื้อหาในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจทำให้ขาดความหลากหลายของรูปแบบรายการ ซึ่งเป็นลดทอนคุณค่าของวิทยุชุมชน ที่ต้องเป็นพื้นที่ของเสียงเล็กๆ ในสังคม วิทยุชุมชนในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิค และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลานี้ เปิดโอกาสให้วิทยุชุมชน ได้ทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการสร้างความเข้าใจผ่านการแลกเปลี่ยนพูดคุย การปิดกั้นวิทยุชุมชนก็คือการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็นของประชาชน และเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย

Maica Lagman ยังเน้นย้ำว่า เนื้อหาในรายการวิทยุชุมชนต้องมีความหลากหลาย การควบคุมเนื้อหาในช่วงการประกาศกฎอัยการศึกอาจทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว คุณค่าของการเปลี่ยนเรียนรู้ในวิทยุชมชนอาจจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก

สมาคมวิทยุชุมชนโลก (AMARC) จึงขอเรียกร้องให้คสช.และกสทช. ส่งเสริมวิทยุชุมชนที่ไม่แสวงหากำไร ให้ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในกระบวนการสร้างความปรองดองในสังคม พื้นที่ของวิทยุชุมชนเกิดจากหลักการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพการแสดงออก และเสรีภาพสื่อ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย

 

RS และ PSI แจ้ง! รับคืนกล่องดูบอลโลก รวม แพคเกจชดเชย/ นัดส่งแผนที่ชัดเจนให้ กสทช. 16มิ.ย.57

image

13 มิถุนายน 2557 

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พร้อมด้วยอนุกรรมการฯ ได้เชิญตัวแทน บ.อาร์เอสฯ มาหารือแนวทางการชดเชยผู้บริโภคที่ได้ซื้อกล่องของอาร์เอส และแพคเกจบอลโลก 2014

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมชี้แจงแก่คณะอนุกรรมการว่า ทางอาร์เอส ได้มีแนวทางการคืนเงินชดเชยสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก และช่องบอลโลกพิเศษ โดยผู้ที่ไม่ต้องการรับชมผ่านกล่องก็สามารถส่งกล่องคืน บ. ได้  และสามารถคืนเงินค่าแพคเกจเสริมบอลโลกได้ โดยวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย. นี้ อาร์เอสจะสามารถส่งรายละเอียดความชัดเจน วิธีการคืน สถานที่ ระยะเวลาและราคากลาง ให้แก่คณะอนุกรรมการฯ ก่อนเข้าสู่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ  กสท. พิจารณาต่อไป 

ส่วนกรณี ของกล่อง PSI ได้เข้ามาชี้แจง พร้อมยินดีเปิดรับคืนกล่องเช่นกัน แต่ผู้บริโภคที่ซื้อกล่องมีหลายเหตุผลมากกว่ารับชมบอลโลก จึงต้องจำกัดเวลาคืนให้คนที่เพิ่งซื้อกล่องไม่นาน

“แม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติงบ 427 ล้านให้แก่ อาร์เอส  แต่ตนอยากเสนอให้สำนักงาน และกรรมการ กสทช. 6 ท่าน กลับมาทบทวนเพดานตัวเลข 427 ล้านบาทนี้ เพราะอาจมีความเสี่ยงในอนาคต พร้อมทั้งอยากให้สำนักงานเปิดเผยรายละเอียดวิธีคิดสูตรคำนวณที่มาของตัวเลข 427 ล้านบาทด้วย เพื่อความโปร่งใสและสังคมตรวจสอบได้”   

 

“สารี” จี้ RS คืนเงินค่ากล่องบอลโลก ให้ผู้บริโภค / ปรับ กม.ลิขสิทธิ์ให้สมดุล

image

13 มิถุนายน 2557

นางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ว่า ต้องมีทั้งคนดีใจและเสียใจ เมื่อศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครองกลางให้อาร์เอส ชนะคดีนี้ หมายความว่าคนไทยจะได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านทางฟรีทีวี 22 แม็ทช์ ตามแผนการตลาดเดิมของบริษัท อาร์เอส ส่วนผู้ที่ต้องการชมครบทั้ง 64 แม็ทช์ คงจะต้องไปชมผ่านทางกล่องรับสัญญาณต่างๆ ที่ถูกเข้ารหัสไว้ 

มีข้อเสนอให้ใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทสป.) จ่ายสมทบค่าใช้จ่ายให้กับอาร์เอส (RS) ให้ถ่ายทอดฟุตบอลโลกในสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และช่อง 7 แต่มีคนคัดค้านกันมากว่า สมควรที่จะใช้เงินกองทุนฯ ในการจ่ายตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ให้ RS หรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นก็มีพอควร นอกเหนือจากต้องตัดสินว่า เงินกองทุนฯสามารถใช้เพื่อจ่ายสมทบค่าลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ได้หรือไม่ และหากบังคับให้ถ่ายทอดทั้งหมดในช่อง 5 และ 7 จะเกิดปัญหากับผู้บริโภคที่ซื้อกล่อง RS ไป ว่า จะขอเงินคืนได้จากใคร เพราะถึงไม่มีกล่องก็สามารถดูได้อยู่แล้ว                ข้อเสนอทางออกเรื่องนี้ที่พอจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในสายตาผู้บริโภค

1. ใช้งบโฆษณาที่ได้รับจากทั้งช่อง 5 และช่อง 7 จ่ายสมทบค่าลิขสิทธิให้กับ RS เพราะการถ่ายทอดสดที่เกิดขึ้น ย่อม มีผลประโยชน์เกิดขึ้น สัดส่วนของผลประโยชน์จะจัดสรรสมทบให้กับRS อย่างไร โดยไม่ต้องใช้เงินกองทุน ฯ 

2.RS รับผิดชอบคืนเงินค่ากล่องให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเอาเงินคืน 

3. การหามาตรการป้องกันการทำสัญญาที่เกินเลยกฎหมายภายในประเทศ หรือ การจัดซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกัน เหมือนอย่างที่เคยดำเนินการ 

4. การปรับแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิให้เกิดสมดุล ระหว่างการคุ้มครองเจ้าของสิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งของไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน ต่างกำหนดข้อยึดหยุ่นเพื่อไม่ให้การคุ้มครองสิทธิมาลุกล้ำสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการศึกษาและประโยชน์ของสาธารณะ

5. พึงระวังในการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไม่ว่ากับทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และ TPP ที่ต้องไม่เกินเลย WTO โดยเฉพาะ ไม่ให้การคุ้มครองความตกลงใหม่ ACTA (Anti Counterfeit Trade Agreement) เพราะละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ของประชาชนผู้บริโภค

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ประกอบด้วย

1. ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน ตามมาตรา 51

2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยีด้านการใช้คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลาการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการดำเนินการขององค์กรซึ่งทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

4. สนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

5. สนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

จับตา! พรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) 10โมงครึ่ง กสทช.ถกผู้ประกอบการ ทีวีดาวเทียม กว่า 100 ราย หาทางออกตามเกณฑ์ หลังโดนระงับออกอากาศ

image

3 มิ.ย.2557

น่าจับตา! วันพรุ่งนี้ 10โมงครึ่ง  (4 มิ.ย.)  กสทช.เรียกประชุม ผู้ประกอบการ  ทีวีดาวเทียม กว่า 100 ราย ที่ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ การประกอบกิจการ ทำให้ยังต้องถูกระงับออกอากาศ ตาม คำสั่ง ของ คสช. 

วันพรุ่งนี้ จะคุยกันว่า หากทีวีเหล่านี้ ต้องการจะเปิดแพร่ภาพ ประกอบกิจการได้ ก็ต้องมาทำให้เข้า กฏเกณฑ์ กสทช. ให้ถูกต้อง  @สนง.กสทช. ซ.พหลฯ 8

ส่วนช่อง ทีวีการเมือง 14 ช่อง ที่โดน คสช.สั่งปิด เช่น ASTV / บลูสกาย / เอเชีย อัพเดท / วอยซ์ ทีวี / ทีนิวส์ /  FMTV / ทีวีคปท. ฯลฯ ทาง กสทช. ไม่มีอำนาจเรียกคุยว่า จะให้เปิดหรือไม่.. เป็นเรื่องของ คสช. ตัดสินใจ เอง (21:16)

 

ผลคืบหน้า! สรุปภาพรวม ล่าสุด จาก กสทช.  ทีวีกลุ่มไหน ปิด-ไม่ปิดยังไงบ้าง ตามนี้.. / ศุกร์นี้ ถกอีก 98 ช่อง ที่ยังปิด

image

3 มิ.ย.2557 –  ผลคืบหน้า เปิด-ปิดทีวี ล่าสุด กสทช. สรุป 6ช่องฟรีทีวีออกอากาศได้ / ทีวี ดิจิตอล ออนแอร์ได้ 23 ช่อง ยกเว้น VOICE TV  / ทีวีดาวเทียม 333 ช่อง  และ เคเบิ้ลทีวีแบบบอกรับสมาชิกออกอากาศได้ 211 ช่อง / ศุกร์นี้ ถกใหม่ อีก 98 ช่อง ที่ยังโดนสั่งปิด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า  สถานะการออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ในประเทศไทยขณะนี้ว่า

นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปิดสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศ น์เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็วนั้น

ปัจจุบัน สถานะการออกอากาศของสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย เป็นดังนี้

1. ช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบแอนะล็อก หรือ ฟรีทีวี 6 ช่องรายการเดิม ออกอากาศได้ตามปกติ

2. ช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล 24 ช่อง ออกอากาศได้ตามปกติ 23 ช่อง มีเพียงช่อง VOICE TV 1 ช่องรายการ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 15/2557 ซึ่งขณะนี้ คสช. ได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการช่อง VOICE TV กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้กลับมาออกอากาศได้เมื่อไหร่

3. ช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม จำนวน 538 ช่องรายการ ขณะนี้ออกอากาศได้ตามปกติ 333 ช่องรายการ อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหา อาทิ การโฆษณาไม่เหมาะสม การโฆษณาชวนเชื่อ หรือเนื้อหาไม่เหมาะสม จำนวน 98 ช่องรายการ ยังไม่แจ้งความประสงค์เพื่อออกอากาศแบบบอกรับสมาชิก จำนวน 95 ช่องรายการ และไม่สามารถออกอากาศได้เนื่องจากติดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 15/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 จำนวน 13 ช่องรายการ

4. ช่องรายการโทรทัศน์ ผ่านเคเบิ้ลแบบบอกรับสมาชิก จำนวน 211 ช่องรายการ ออกอากาศได้ตามปกติ

5. IPTV จำนวน 24 ช่องรายการ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ออกอากาศ

6. สถานีวิทยุชุมชน ไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกอากาศ

ทั้งนี้ ในการอนุญาตให้ออกอากาศรายการ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ จะต้องไม่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 14/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557
และฉบับที่ 18/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557

และเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประกาศ คำสั่ง ของ คสช.  ให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ ลิงค์สัญญาณภาพและเสียงจากสถานีโทรทัศน์ของกองทัพบกเพื่อถ่ายทอดทันที (16:50)

 

จันทร์นี้! เสวนา 2ปี กสทช. การติดตามและประเมินผล โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม (กำหนดการ)

เสวนาเวทีสื่อไทย (Thai Media Forum) “2 ปี  กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00-14.00 น.ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล (สยามซิตี้)

จัดโดยมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ทและมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์

กำหนดการ08.30-09.00       ลงทะเบียน

09.00-09.15       ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์หัวข้อ  “กสทช.กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลื่นอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

09.15-11.30       เสวนาหัวข้อ “2 ปี กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”                        

ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดย            
1.ช่องทีวีดิจิตอลสาธารณะและพื้นที่ภาคประชาชน จิรนุช เปรมชัยพร มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน

ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

2. กองทุนกสทช.เพื่อประโยชน์สาธารณะ : ล็อคสเปคหรือเท่าเทียม?

สาโรจน์ แววมณี สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ§  เอนก นาคะบุตร ประธานมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

3. ธรรมาภิบาลกสทช.  

พรเทพ เบญญาอภิกุล   

กลุ่ม NBTC Policy Watch ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)                                 

 4. การกำกับดูแลเนื้อหาอย่างไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิการกำกับดูแลกันเองของสื่อ

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย§  กลุ่มนักกฎหมายติดตามความคืบหน้าร่างประกาศตามมาตรา37 การกำกับดูแลเนื้อหาในวิทยุและโทรทัศน์

11.30-12.30       แลกเปลี่ยนความเห็นและสรุปประเด็น

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 36,831 other followers