RSS

คลังเก็บหมวดหมู่: กสทช.

คำชี้แจง! กสทช. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ระงับประมูล 4G ตามแผนเดิม ส.ค. และ พ.ย.57

18 ก.ค.57

กสทช. พร้อมปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ขยายระยะเวลาเยียวยาผู้ใช้บริการมือถือคลื่น 1800 MHz ยืนยันซิมไม่ดับ พร้อมเร่งเสนอแนวทางแก้ไขกฎ ระเบียบ ให้โปร่งใส เป็นธรรม

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า  ตามที่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้มีคำสั่งที่ 94/2557 เรื่อง การระงับการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม ลงวันที่ 18 ก.ค. 2557 ออกมานั้น มีผลทำให้การประมูลคลื่นความถี่เพื่อกิจการโทรคมนาคม คือ การประมูลคลื่นความถี่ 1800MHz และการประมูลคลื่นความถี่ 900 MHz  ( 2 คลื่นนี้ ที่จะใช้ประมูล 4 จี) ที่กำหนดจะมีขึ้นในเดือนสิงหาคมและเดือนพฤศจิกายน ปี 2557 ตามลำดับ ต้องชะลอการดำเนินการออกไปก่อนเป็นระยะเวลา 1 ปี อันจะทำให้สามารถดำเนินการได้ประมาณเดือนกรกฎาคม ปี 2558

สำหรับกรณีของคลื่นความถี่ 1800MHz ที่สิ้นสุดสัญญาสัมปทานไปแล้ว และกำลังจะสิ้นสุดระยะเวลาคุ้มครองผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่บนคลื่นความถี่ 1800 MHz ของบริษัท ทรูมูฟ จำกัด และบริษัท ดิจิตอลโฟน จำกัด ในวันที่ 15 กันยายน 2557 นี้ ตามคำสั่งดังกล่าวทำให้ระยะเวลาคุ้มครองฯ ขยายออกไปจนกว่าจะมีการดำเนินการจัดสรรคลื่นความถี่แล้วเสร็จ

ดังนั้น ประชาชนผู้ใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่คลื่นความถี่ 1800 MHz มั่นใจได้ว่าจะสามารถใช้บริการโทรศัพท์ได้อย่างต่อเนื่อง ซิมไม่ดับแน่นอน ประชาชนไม่จำเป็นต้องรีบย้ายค่าย

ทั้งนี้ กสทช. จะรีบดำเนินการให้มีการแก้ไขเพิ่มเติม ออกกฎหมาย กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง หรือปรับปรุง หรือยกเลิก กฎ ระเบียบ ประกาศ หรือคำสั่งที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะพ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 มาตรา 45 และกฎหมายอื่นที่เป็นอุปสรรคให้มีความชัดเจน เพื่อรองรับการดำเนินการให้เป็นไปด้วยความโปร่งใส เป็นธรรม และสามารถตรวจสอบได้ เพื่อให้การดำเนินการของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลสูงสุด และสอดคล้องกับแนวนโยบายการใช้จ่ายเงินงบประมาณของรัฐ โดยคำนึงถึงความมั่นคงของรัฐและประโยชน์สาธารณะเป็นสำคัญ

 

377 วิทยุชุมชน เตรียมเฮ! ชง คสช. ปลดล็อก ออกอากาศได้ หลัง กสทช. เข้าแจงเสนอขอปลดล็อก คลื่นถูก กม.

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า วันนี้ (25 มิ.ย. 57) เวลา 15.30 น. สำนักงาน กสทช. ได้เข้าชี้แจงต่อพล.อ. ไพบูลย์ คุ้มฉายา ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก ในฐานะหัวหน้าฝ่ายกฎหมายและกระบวนการยุติธรรม คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เพื่อให้นำเสนอ คสช. ออกประกาศในการปลดล็อกให้สถานีวิทยุชุมชนดำเนินการออกอากาศได้

โดยมีเงื่อนไขในการที่จะออกอากาศ ดังนี้
1.เป็นสถานีที่ได้รับใบอนุญาตทดลองประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง  

2. จะต้องผ่านการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ ให้เป็นไปตามประกาศ กสทช. กำหนด คือ กำลังส่งไม่เกิน 500 วัตต์ ความสูงเสาไม่เกิน 60 เมตร และเมื่อออกอากาศแล้ว จะต้องมีรัศมีการให้บริการไม่เกิน 20 กิโลเมตร

3. หนึ่งนิติบุคคล ต่อหนึ่งใบอนุญาต

4. เนื้อหาในการออกอากาศจะต้องสอดคล้องกับประกาศของ คสช.

5.จะต้องมาทำ MOU ในการปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งหมดกับทางสำนักงาน กสทช.    

หากประกาศ คสช. ที่ทางสำนักงานฯ ได้เข้าไปชี้แจงเมื่อวานได้สามารถประกาศได้ในสัปดาห์นี้ สำนักงาน กสทช. ก็จะสามารถเริ่มที่จะให้ สถานีที่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้างต้นทยอยออกอากาศได้ ซึ่งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถออกอากาศได้ในทันที 377 สถานีก่อน

ส่วนสถานีอื่นที่จะต้องเข้ารับการตรวจเครื่องส่ง สายอากาศ สำนักงานฯ ได้ชี้แจงต่อหัวหน้าฝ่ายกฎหมายฯ คสช. แล้วว่าการดำเนินการตรวจสอบดังกล่าวจะแล้วเสร็จภายใน 30 วัน

ทั้งนี้ ในการดำเนินการตรวจสอบด้านเทคนิค และด้านเนื้อหาที่ไม่กระทบต่อความมั่นคงของรัฐ ทางกองทัพภาคที่ 1-4 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) จะร่วมกับสำนักงาน กสทช. ภูมิภาคทั้ง 14 เขต อำนวยความสะดวกให้กับสถานีวิทยุชุมชนในพื้นที่ด้วย

หากประกาศ คสช. ได้ประกาศปลดล็อกการออกอากาศของสถานีวิทยุชุมชนแล้ว เรื่องนี้จะกลับมาอยู่ในความรับผิดชอบของ กสทช. ที่จะมีการพิจารณาให้สถานีวิทยุดังกล่าวทยอยออกอากาศต่อไป

 

แถลงการณ์! วิทยุชุมชนโลก ห่วงใยสถานการณ์วิทยุชุมชนไทย จี้ คสช.-กสทช.ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนต่อกระบวนการสร้างสันติภาพ

image

19 มิถุนายน 2557

กาฐมาณฑุ-   สหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค สำนักงานในประเทศเนปาล กระตุ้นเตือนคสช. -กสทช. ให้เห็นความสำคัญวิทยุชุมชนในกระบวนการสร้างสันติภาพ

วันที่ 16 มิ.ย. ที่ผ่านมา สหพันธ์วิทยุชุมชนโลก หรือ AMARC(World Association of Community Radio Broadcaster) เป็นองค์กรพัฒนาเอกชนระหว่างประเทศ ที่สนับสนุนการดำเนินการของวิทยุชุมชนมีองค์กรสมาชิกกว่า 4,000 แห่ง ใน 130 ประเทศทั่วโลก มีเป้าหมายในการให้ความสนับสนุนที่นำไปสู่การพัฒนาของชุมชนและวิทยุกระจายเสียง ให้ความสำคัญกับหลักการมีส่วนร่วมเพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับวิทยุชุมชน ตลอดจนสร้างความร่วมมือระหว่างประเทศในหลายครั้งทั่วทุกภูมิภาค แอฟริกา อเมริกาเหนือ ละตินอเมริกา – แคริเบียน เอเชีย – แปซฟิก และยุโรป ได้ออกแถลงการณ์ถึงความห่วงใยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อสถานีวิทยุชุมชน จากคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งช่าติ(คสช.) ในช่วงที่ผ่านมา

Maica Lagman ประธานสหพันธ์วิทยุชุมชนโลกภาคพื้นเอเชีย-แปซิฟิค กล่าวถึงสถานการณ์ในประเทศไทย หลังมีประกาศคสช. ระงับการออกอากาศทางสถานีวิทยุที่ได้รับสิทธิทดลองออกอากาศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานีวิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณานั้น ว่า
แม้ในขณะนี้วิทยุชุมชนที่ไม่มีโฆษณาจะได้กลับมาออกอากาศแล้วก็ตาม แต่การควบคุมเนื้อหาในช่วงการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง อาจทำให้ขาดความหลากหลายของรูปแบบรายการ ซึ่งเป็นลดทอนคุณค่าของวิทยุชุมชน ที่ต้องเป็นพื้นที่ของเสียงเล็กๆ ในสังคม วิทยุชุมชนในประเทศแถบเอเชีย-แปซิฟิค และประเทศอื่นๆ ทั่วโลก ได้เข้าไปมีบทบาทในกระบวนการสร้างสันติภาพ ซึ่งมีตัวอย่างให้เห็นมากมาย ประเทศไทยควรใช้ช่วงเวลานี้ เปิดโอกาสให้วิทยุชุมชน ได้ทำหน้าที่ในการสร้างความเข้าใจเรื่องประชาธิปไตยและการสร้างความเข้าใจผ่านการแลกเปลี่ยนพูดคุย การปิดกั้นวิทยุชุมชนก็คือการปิดกั้นเสรีภาพการแสดงความเห็นของประชาชน และเรื่องแบบนี้ไม่ควรเกิดขึ้นในประเทศไทย

Maica Lagman ยังเน้นย้ำว่า เนื้อหาในรายการวิทยุชุมชนต้องมีความหลากหลาย การควบคุมเนื้อหาในช่วงการประกาศกฎอัยการศึกอาจทำให้เกิดบรรยากาศแห่งความกลัว คุณค่าของการเปลี่ยนเรียนรู้ในวิทยุชมชนอาจจะหายไปและถูกแทนที่ด้วยเนื้อหาที่เน้นความบันเทิงเป็นหลัก

สมาคมวิทยุชุมชนโลก (AMARC) จึงขอเรียกร้องให้คสช.และกสทช. ส่งเสริมวิทยุชุมชนที่ไม่แสวงหากำไร ให้ได้ทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่ในกระบวนการสร้างความปรองดองในสังคม พื้นที่ของวิทยุชุมชนเกิดจากหลักการสิทธิมนุษยชน เสรีภาพการแสดงออก และเสรีภาพสื่อ ซึ่งเหล่านี้จะเป็นสิ่งสำคัญในการสะท้อนความเป็นประชาธิปไตยในประเทศไทย

 

RS และ PSI แจ้ง! รับคืนกล่องดูบอลโลก รวม แพคเกจชดเชย/ นัดส่งแผนที่ชัดเจนให้ กสทช. 16มิ.ย.57

image

13 มิถุนายน 2557 

นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. และในฐานะประธานคณะอนุกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ พร้อมด้วยอนุกรรมการฯ ได้เชิญตัวแทน บ.อาร์เอสฯ มาหารือแนวทางการชดเชยผู้บริโภคที่ได้ซื้อกล่องของอาร์เอส และแพคเกจบอลโลก 2014

นางพรพรรณ เตชรุ่งชัยกุล ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการ บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) และคณะ ได้เข้าร่วมประชุมพร้อมชี้แจงแก่คณะอนุกรรมการว่า ทางอาร์เอส ได้มีแนวทางการคืนเงินชดเชยสำหรับผู้ที่ไม่ต้องการรับชมการแข่งขันฟุตบอลโลก และช่องบอลโลกพิเศษ โดยผู้ที่ไม่ต้องการรับชมผ่านกล่องก็สามารถส่งกล่องคืน บ. ได้  และสามารถคืนเงินค่าแพคเกจเสริมบอลโลกได้ โดยวันจันทร์ที่ 16 มิ.ย. นี้ อาร์เอสจะสามารถส่งรายละเอียดความชัดเจน วิธีการคืน สถานที่ ระยะเวลาและราคากลาง ให้แก่คณะอนุกรรมการฯ ก่อนเข้าสู่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ หรือ  กสท. พิจารณาต่อไป 

ส่วนกรณี ของกล่อง PSI ได้เข้ามาชี้แจง พร้อมยินดีเปิดรับคืนกล่องเช่นกัน แต่ผู้บริโภคที่ซื้อกล่องมีหลายเหตุผลมากกว่ารับชมบอลโลก จึงต้องจำกัดเวลาคืนให้คนที่เพิ่งซื้อกล่องไม่นาน

“แม้ตัวเองจะไม่เห็นด้วยกับการอนุมัติงบ 427 ล้านให้แก่ อาร์เอส  แต่ตนอยากเสนอให้สำนักงาน และกรรมการ กสทช. 6 ท่าน กลับมาทบทวนเพดานตัวเลข 427 ล้านบาทนี้ เพราะอาจมีความเสี่ยงในอนาคต พร้อมทั้งอยากให้สำนักงานเปิดเผยรายละเอียดวิธีคิดสูตรคำนวณที่มาของตัวเลข 427 ล้านบาทด้วย เพื่อความโปร่งใสและสังคมตรวจสอบได้”   

 

“สารี” จี้ RS คืนเงินค่ากล่องบอลโลก ให้ผู้บริโภค / ปรับ กม.ลิขสิทธิ์ให้สมดุล

image

13 มิถุนายน 2557

นางสาวสารี อ่องสมหวัง เลขาธิการมูลนิธิเพื่อผู้บริโภค กล่าวถึงกรณีถ่ายทอดสดการแข่งขันฟุตบอลโลก 2014 ว่า ต้องมีทั้งคนดีใจและเสียใจ เมื่อศาลปกครองสูงสุดยืนยันตามศาลปกครองกลางให้อาร์เอส ชนะคดีนี้ หมายความว่าคนไทยจะได้ชมการถ่ายทอดสดฟุตบอลโลกผ่านทางฟรีทีวี 22 แม็ทช์ ตามแผนการตลาดเดิมของบริษัท อาร์เอส ส่วนผู้ที่ต้องการชมครบทั้ง 64 แม็ทช์ คงจะต้องไปชมผ่านทางกล่องรับสัญญาณต่างๆ ที่ถูกเข้ารหัสไว้ 

มีข้อเสนอให้ใช้เงินกองทุนวิจัยและพัฒนากิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม เพื่อประโยชน์สาธารณะ (กทสป.) จ่ายสมทบค่าใช้จ่ายให้กับอาร์เอส (RS) ให้ถ่ายทอดฟุตบอลโลกในสถานีโทรทัศน์ ช่อง 5 และช่อง 7 แต่มีคนคัดค้านกันมากว่า สมควรที่จะใช้เงินกองทุนฯ ในการจ่ายตอบแทนค่าลิขสิทธิ์ให้ RS หรือไม่ ผลที่เกิดขึ้นก็มีพอควร นอกเหนือจากต้องตัดสินว่า เงินกองทุนฯสามารถใช้เพื่อจ่ายสมทบค่าลิขสิทธิ์ในครั้งนี้ได้หรือไม่ และหากบังคับให้ถ่ายทอดทั้งหมดในช่อง 5 และ 7 จะเกิดปัญหากับผู้บริโภคที่ซื้อกล่อง RS ไป ว่า จะขอเงินคืนได้จากใคร เพราะถึงไม่มีกล่องก็สามารถดูได้อยู่แล้ว                ข้อเสนอทางออกเรื่องนี้ที่พอจะเป็นธรรมกับทุกฝ่ายในสายตาผู้บริโภค

1. ใช้งบโฆษณาที่ได้รับจากทั้งช่อง 5 และช่อง 7 จ่ายสมทบค่าลิขสิทธิให้กับ RS เพราะการถ่ายทอดสดที่เกิดขึ้น ย่อม มีผลประโยชน์เกิดขึ้น สัดส่วนของผลประโยชน์จะจัดสรรสมทบให้กับRS อย่างไร โดยไม่ต้องใช้เงินกองทุน ฯ 

2.RS รับผิดชอบคืนเงินค่ากล่องให้กับผู้บริโภคที่ต้องการเอาเงินคืน 

3. การหามาตรการป้องกันการทำสัญญาที่เกินเลยกฎหมายภายในประเทศ หรือ การจัดซื้อลิขสิทธิ์ร่วมกัน เหมือนอย่างที่เคยดำเนินการ 

4. การปรับแก้ไขกฎหมายลิขสิทธิให้เกิดสมดุล ระหว่างการคุ้มครองเจ้าของสิทธิและการคุ้มครองผู้บริโภค ตลอดจนกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาทั้งของไทยและต่างประเทศในปัจจุบัน ต่างกำหนดข้อยึดหยุ่นเพื่อไม่ให้การคุ้มครองสิทธิมาลุกล้ำสิทธิในการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารการศึกษาและประโยชน์ของสาธารณะ

5. พึงระวังในการทำข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) ไม่ว่ากับทั้งยุโรป สหรัฐอเมริกา และ TPP ที่ต้องไม่เกินเลย WTO โดยเฉพาะ ไม่ให้การคุ้มครองความตกลงใหม่ ACTA (Anti Counterfeit Trade Agreement) เพราะละเมิดสิทธิการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารความรู้ของประชาชนผู้บริโภค

ทั้งนี้ วัตถุประสงค์ของกองทุนวิจัยและพัฒนาฯ ตามมาตรา 52 แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุกระจายเสียง วิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. 2553 ประกอบด้วย

1. ดำเนินการให้ประชาชนได้รับบริการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม อย่างทั่วถึง ตลอดจนส่งเสริมชุมชนและสนับสนุนผู้ประกอบกิจการบริการชุมชน ตามมาตรา 51

2. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาทรัพยากรสื่อสาร การวิจัยและพัฒนาด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม รวมทั้งความสามารถในการรู้เท่าทันสื่อเทคโนโลยีด้านการใช้คลื่นความถี่ เทคโนโลยีสารสนเทศ เทคโนโลยีสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับผู้พิการ ผู้สูงอายุ หรือผู้ด้อยโอกาส ตลอดจนอุตสาหกรรมโทรคมนาคม และอุตสาหกรรมต่อเนื่อง

3. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลาการด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ กิจการโทรคมนาคม และเทคโนโลยีสารสนเทศ ตลอดจนการดำเนินการขององค์กรซึ่งทำหน้าที่จัดทำมาตรฐานทางจริยธรรมของการประกอบอาชีพหรือวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยการประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์

4. สนับสนุน ส่งเสริม และคุ้มครองผู้บริโภคด้านกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม

5. สนับสนุนการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ โดยจัดสรรเงินให้แก่กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

 

จับตา! พรุ่งนี้ (4 มิ.ย.) 10โมงครึ่ง กสทช.ถกผู้ประกอบการ ทีวีดาวเทียม กว่า 100 ราย หาทางออกตามเกณฑ์ หลังโดนระงับออกอากาศ

image

3 มิ.ย.2557

น่าจับตา! วันพรุ่งนี้ 10โมงครึ่ง  (4 มิ.ย.)  กสทช.เรียกประชุม ผู้ประกอบการ  ทีวีดาวเทียม กว่า 100 ราย ที่ยังไม่เข้าหลักเกณฑ์ การประกอบกิจการ ทำให้ยังต้องถูกระงับออกอากาศ ตาม คำสั่ง ของ คสช. 

วันพรุ่งนี้ จะคุยกันว่า หากทีวีเหล่านี้ ต้องการจะเปิดแพร่ภาพ ประกอบกิจการได้ ก็ต้องมาทำให้เข้า กฏเกณฑ์ กสทช. ให้ถูกต้อง  @สนง.กสทช. ซ.พหลฯ 8

ส่วนช่อง ทีวีการเมือง 14 ช่อง ที่โดน คสช.สั่งปิด เช่น ASTV / บลูสกาย / เอเชีย อัพเดท / วอยซ์ ทีวี / ทีนิวส์ /  FMTV / ทีวีคปท. ฯลฯ ทาง กสทช. ไม่มีอำนาจเรียกคุยว่า จะให้เปิดหรือไม่.. เป็นเรื่องของ คสช. ตัดสินใจ เอง (21:16)

 

ผลคืบหน้า! สรุปภาพรวม ล่าสุด จาก กสทช.  ทีวีกลุ่มไหน ปิด-ไม่ปิดยังไงบ้าง ตามนี้.. / ศุกร์นี้ ถกอีก 98 ช่อง ที่ยังปิด

image

3 มิ.ย.2557 -  ผลคืบหน้า เปิด-ปิดทีวี ล่าสุด กสทช. สรุป 6ช่องฟรีทีวีออกอากาศได้ / ทีวี ดิจิตอล ออนแอร์ได้ 23 ช่อง ยกเว้น VOICE TV  / ทีวีดาวเทียม 333 ช่อง  และ เคเบิ้ลทีวีแบบบอกรับสมาชิกออกอากาศได้ 211 ช่อง / ศุกร์นี้ ถกใหม่ อีก 98 ช่อง ที่ยังโดนสั่งปิด

นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (เลขาธิการ กสทช.) เปิดเผยว่า  สถานะการออกอากาศของสถานีวิทยุโทรทัศน์ในประเทศไทยขณะนี้ว่า

นับตั้งแต่คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีคำสั่งปิดสถานีวิทยุ และสถานีโทรทัศ น์เพื่อให้การเผยแพร่ข่าวสารไปสู่ประชาชนเป็นไปด้วยความถูกต้อง ปราศจากการบิดเบือน อันอาจก่อให้เกิดความเข้าใจผิด และทำให้สถานการณ์ความขัดแย้งขยายตัว จนส่งผลกระทบต่อการรักษาความสงบเรียบร้อยของเจ้าหน้าที่ ในการนำความสงบสุขกลับคืนสู่สังคมโดยเร็วนั้น

ปัจจุบัน สถานะการออกอากาศของสถานีวิทยุและสถานีโทรทัศน์ในประเทศไทย เป็นดังนี้

1. ช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบแอนะล็อก หรือ ฟรีทีวี 6 ช่องรายการเดิม ออกอากาศได้ตามปกติ

2. ช่องรายการโทรทัศน์ภาคพื้นดิน ระบบดิจิตอล 24 ช่อง ออกอากาศได้ตามปกติ 23 ช่อง มีเพียงช่อง VOICE TV 1 ช่องรายการ ที่ยังไม่ได้รับอนุญาตให้ออกอากาศตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 15/2557 ซึ่งขณะนี้ คสช. ได้รับข้อมูลจากผู้ให้บริการช่อง VOICE TV กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาว่าจะให้กลับมาออกอากาศได้เมื่อไหร่

3. ช่องรายการโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม จำนวน 538 ช่องรายการ ขณะนี้ออกอากาศได้ตามปกติ 333 ช่องรายการ อยู่ระหว่างการพิจารณาเนื้อหา อาทิ การโฆษณาไม่เหมาะสม การโฆษณาชวนเชื่อ หรือเนื้อหาไม่เหมาะสม จำนวน 98 ช่องรายการ ยังไม่แจ้งความประสงค์เพื่อออกอากาศแบบบอกรับสมาชิก จำนวน 95 ช่องรายการ และไม่สามารถออกอากาศได้เนื่องจากติดตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 15/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557 จำนวน 13 ช่องรายการ

4. ช่องรายการโทรทัศน์ ผ่านเคเบิ้ลแบบบอกรับสมาชิก จำนวน 211 ช่องรายการ ออกอากาศได้ตามปกติ

5. IPTV จำนวน 24 ช่องรายการ กำลังอยู่ระหว่างการพิจารณาให้ออกอากาศ

6. สถานีวิทยุชุมชน ไม่ได้รับการอนุญาตให้ออกอากาศ

ทั้งนี้ ในการอนุญาตให้ออกอากาศรายการ ผู้ให้บริการโทรทัศน์ จะต้องไม่นำเสนอข้อมูลข่าวสาร ที่มีลักษณะต้องห้ามตามประกาศ คสช. ฉบับที่ 14/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557
และฉบับที่ 18/2557 ลงวันที่ 22 พ.ค. 2557

และเมื่อมีการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับประกาศ คำสั่ง ของ คสช.  ให้ผู้ให้บริการโทรทัศน์ ลิงค์สัญญาณภาพและเสียงจากสถานีโทรทัศน์ของกองทัพบกเพื่อถ่ายทอดทันที (16:50)

 

จันทร์นี้! เสวนา 2ปี กสทช. การติดตามและประเมินผล โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม (กำหนดการ)

เสวนาเวทีสื่อไทย (Thai Media Forum) “2 ปี  กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00-14.00 น.ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล (สยามซิตี้)

จัดโดยมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ทและมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์

กำหนดการ08.30-09.00       ลงทะเบียน

09.00-09.15       ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์หัวข้อ  “กสทช.กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลื่นอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

09.15-11.30       เสวนาหัวข้อ “2 ปี กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”                        

ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดย            
1.ช่องทีวีดิจิตอลสาธารณะและพื้นที่ภาคประชาชน จิรนุช เปรมชัยพร มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน

ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

2. กองทุนกสทช.เพื่อประโยชน์สาธารณะ : ล็อคสเปคหรือเท่าเทียม?

สาโรจน์ แววมณี สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ§  เอนก นาคะบุตร ประธานมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

3. ธรรมาภิบาลกสทช.  

พรเทพ เบญญาอภิกุล   

กลุ่ม NBTC Policy Watch ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)                                 

 4. การกำกับดูแลเนื้อหาอย่างไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิการกำกับดูแลกันเองของสื่อ

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย§  กลุ่มนักกฎหมายติดตามความคืบหน้าร่างประกาศตามมาตรา37 การกำกับดูแลเนื้อหาในวิทยุและโทรทัศน์

11.30-12.30       แลกเปลี่ยนความเห็นและสรุปประเด็น

 

แถลงการณ์ ฉ.4! ร่วมแสดงพลัง “นักธุรกิจ” ร่วมเป่านกหวีด ต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ “คนโกงชาติ” ที่ สีลม และ อโศก จี้ผู้เกี่ยวข้องขอโทษปชช. ดังนี้

แถลงการณ์ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 4/2556 ร่วมแสดงพลัง “นักธุรกิจ” ร่วมเป่านกหวีด ต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ “คนโกงชาติ” ที่ สีลม และ อโศก

จากการที่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ และ พรรคพวก ได้ผลักดันและผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯ อันมีผลต่อการ “ล้างความผิด” พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ด้วยนั้น เป็นการละเมิดต่อหลักนิติธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญไทยอย่างมิบังควร อันเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนได้แสดงเสียงต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ คนโกงชาตินี้ทั้งแผ่นดิน ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงจุดยืนว่า พ.ร.บ. นิรโทษฯนี้ รัฐบาลผลักดันเพื่อความปรองดอง แต่ยังเห็นได้ว่ามีคนไทยหลายกลุ่มที่ยังมีความคิดเห็นที่ “ยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย” ทีท่าที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง

มีการให้ข้อมูลที่สับสนและถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง รัฐบาลเชื่อว่า ส.ส. จะยินดีรับมติการตัดสินของวุฒิสภาซึ่งหากวุฒิสภาไม่รับร่างนี้ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ อาจจะมีผลให้ ต้องรออีก 180 วัน เพื่อให้สภาผู้แทนฯพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จึงขอแถลงจุดยืน ดังต่อไปนี้

1. ให้ นายกรัฐมนตรีแสดงความยอมรับว่า ประชาชนที่ออกมาแสดงออกเพื่อต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ คนโกงชาตินั้น ไม่ใช่เป็นการ “ไม่อยากเห็นการให้อภัยกันในสังคม” เพราะ ประชาชนที่ต่อต้าน “อยากเห็นการความปรองดอง และความสงบในบ้านเมือง” แต่ไม่ประสงค์ให้ไปล้างความผิดการทุจริตชาติ หรือ การทำผิดโทษอาญาที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้สังคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นบทเรียนให้เกิดความสงบในระยะยาว

2. ให้ ส.ส. ทุกคนที่ได้ ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษฯ คนโกงชาตินี้ ได้ออกมาขอโทษประชาชน แสดงความสำนึกรับผิด ที่มิได้ฟังเสียงสะท้อนของประชาชนผ่านผู้แทนราษฎรในสภาฯ และ ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯ ฉบับนี้ที่มีเงื่อนไข “คืนเงินทุจริต” ให้แก่อดีตผู้นำของท่าน และลงนามสัญญาประชาคมว่า จะ “กลับใจ” มายับยั้ง พ.ร.บ. นิรโทษฯฉบับนี้ เมื่อเรื่องกลับมาที่สภาฯ เพราะการที่เพียงยังบอกประชาชนว่า ท่านผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯนี้ มาทั้ง 3 วาระอย่างถูกต้องแล้ว ด้วยเจตนาอยากเห็นความปรองดอง แต่ถูกบิดเบือนเนื้อหาของผู้ที่ยังไม่พร้อมจะให้อภัยเช่นนี้ ยังเป็นท่าทีที่เป็นเหมือน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่เมื่อได้ทำผิดแต่ต้องการให้สังคมให้อภัยโดยไม่ยอมรับความผิดใดๆ ก็ได้เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในสังคมตลอดมา และจะยิ่งขยายมากขึ้นต่อไป 3. ชมรมฯมีจุดยืนส่งเสริมและปกป้องประชาธิปไตยที่ใสสะอาด จึงขอเชิญชวน นักธุรกิจ คนทำงาน ร่วมกันแสดงจุดยืนว่า

“เราไม่ต้องการนำเงินภาษี ที่เราเสียไปจากความเหนื่อยยากของเรา ไปคืนเงินโกงของครอบครัวผู้นำ” เช่นนี้ ในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2556 นี้

โดยร่วมชุมนุมตั้งแต่เวลา 11:30 น. และ ร่วมเป่านกหวีด เวลา 12:34 น. เพื่อเป่านกหวีดพร้อมกัน เป็นเวลา 1 นาที · ในวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2556 นี้ ที่บริเวณหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถนนสีลม · ในวันพฤหัสฯที่ 7 พฤศจิกายน 2556 นี้ ที่บริเวณถนนอโศก ข้างทางเชื่อมสถานีรถไฟ BTS และMRT เพื่อร่วมแสดงออกในการ “ต่อสู้เพื่อต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษ คนโกงชาติ” ให้ถึงที่สุดร่วมกัน

 

ฉบับ ชัดๆ! เนื้อหา แถลงการณ์”จันทร์25″ ไม่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล (มีคนบอกว่ารูปไม่ชัด พิมพ์ให้อ่านแทนค่ะ)

image

29 ตุลาคม 2556- เมื่อเวลา 15 นาฬิกา นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทจันทร์ 25 จำกัด  ซึ่งมีคุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นเจ้าของ เดินทางมาที่ สำนักงาน กสทช. แจกแถลงการณ์ให้สืรอมวลชน มีเนื้อหา ระบุว่า

” บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับกรณีการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ประเภททั่วไปความคมชัดสูง (เอชดี) ดังต่อไปนี้   บริษัทมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมประมูลและเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าร่วมประมูลมาตลอด เพราะตั้งแต่คุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้บริหารของบริษัทไม่ได้รับการต่อสัญญาว่าจ้างเป็นกรรมการผู้จัดการของช่อง 7 และต้องออกจากการเป็นกรรมการบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด พร้อมกับคุณไพโรจน์ เปรมปรีดิ์ เมื่อต้นปี 2555 ทั้งๆ ที่ถือหุ้นอยู่รวมกันประมาณ 21% เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่ประสงค์ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารอีกต่อไป คุณสุรางค์ ยังคงดำเนินธุรกิจในวงการโทรทัศน์ตลอดมา นำบริษัท จันทร์ 25 จำกัด มาเป็นหลักในการจัดสร้างละคร และรายการ ซึ่งเป็นงานที่ผูกพันและถนัด โดยบริษัทได้เตรียมบุคคลากรและสถานที่ปรับเปลี่ยนโรงเรียนเรวดีเดิม เป็นสตูดิโอ และห้องบันทึกรายการ เตรียมความพร้อมของทีมงาน จัดหาเงินทุนเพื่อเข้าร่วมประมูลตามประกาศของ กสทช.

อย่างไรก็ดี กสทช.เพิ่งประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมประมูล เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 โดยกำหนดลักษณะของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันไว้ ก่อให้เกิดปัญหาในประเด็นการมีผลประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากการถือหุ้นของคุณสรางค์ และคุณไพโรจน์ในบริษัท กรุงเทพและวิทยุ จำกัด ทั้งๆ ที่ปัจจุบัน บุคคลทั้งสอง ไม่มีสิทธิมีเสียงในการบริหารงาน ไม่มีตำแหน่งกรรมการ ไม่มีส่วนในการดำเนินการ และไม่มีทางที่จะได้คะแนนเสียงข้างมากเพียงพอที่จะกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือกำหนดผลประโยชน์จากกิจการแต่อย่างใด เมื่อบริษัท แสดงเจตนาจะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาต

image

บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือถึงบริษัท คุณแดง และคุณไพโรจน์ ให้ขายหุ้นในบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ออกไปให้เหลือน้อยกว่า 10%  แต่เมื่อคุณสุรางค์ แสดงความจำนง ขอโอกาสให้ผู้สนใจ ซื้อหุ้นเข้าทำการตรวจสอบกิจการเพื่อกำหนดราคาซื้อขาย ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติในการทาธุรกิจ ในการซื้อขายหุ้นที่มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ก็ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่า มีเจตนาไม่สุจริต ประสงค์ที่จะหาข้อมูลความลับไปให้สถานีโทรทัศน์คู่แข่ง

ต่อมา ได้มีการเสนอให้คุณสุรางค์ ปรับเปลี่่ยนอัตราส่วนจันทร์ 25 ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการถือหุ้นแทนกัน อันขัดต่อกฎหมาย คุณสุรงค์จึงไม่อาจดำเนินการได้  และบริษัท จันทร์ 25 และคุณสุรางค์ ยังมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาตและได้เตรียมเอกสารและเงินประกันไว้ครบถ้วนแล้ว แต่จากอุปสรรคของข้อกฎหมายดังกล่าว ประกอบกับการที่บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาแล้ว การที่กสทช.ยืนยันว่า จะตัดสิทธิบริษัททั้งสอง หากต่างก็ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาด้วยกันทั้งสองบริษัท

เมื่อพิจารณาโดยรอบด้าน ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และพนักงานที่มีความจงรักภักดี และร่วมกับคุณสุรางค์ คุณแม่ และพี่ชายทั้งสอง ก่อตั้ง และร่วมกันสร้างสถานีจนมาเป็นสถานีโทรทัศน์ ชั้นนำในปัจจุบัน บริษัท จันทร์ 25 จำกัด จึงตัดสินใจ ไม่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้  อย่างไรก็ตาม บริษัท และคุณสุรางค์ ยังยืนยันว่า มีความประสงค์ที่จะทำธุรกิจในวงการโทรทัศน์ต่อไป รวมทั้ง จะใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นติดตามการดำเนินงาน และการปฏิบัติต่อพนักงานของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด”

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 36,167 other followers