RSS

คลังเก็บหมวดหมู่: กสทช.

จันทร์นี้! เสวนา 2ปี กสทช. การติดตามและประเมินผล โดยเครือข่ายภาคประชาสังคม (กำหนดการ)

เสวนาเวทีสื่อไทย (Thai Media Forum) “2 ปี  กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”

วันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2556 เวลา 09.00-14.00 น.ห้องกมลทิพย์ โรงแรมเดอะสุโกศล (สยามซิตี้)

จัดโดยมูลนิธิฟรีดริค เอแบร์ทและมูลนิธิไฮน์ริค เบิลล์

กำหนดการ08.30-09.00       ลงทะเบียน

09.00-09.15       ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวาณิชย์หัวข้อ  “กสทช.กับประสิทธิภาพในการบริหารจัดการคลื่นอย่างคุ้มค่าเพื่อประโยชน์ของประชาชน”

09.15-11.30       เสวนาหัวข้อ “2 ปี กสทช. กับการติดตามและประเมินผลโดยเครือข่ายภาคประชาสังคม”                        

ร่วมเสวนาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดย            
1.ช่องทีวีดิจิตอลสาธารณะและพื้นที่ภาคประชาชน จิรนุช เปรมชัยพร มูลนิธิสื่อเพื่อการศึกษาของชุมชน

ศศิน เฉลิมลาภ เลขาธิการมูลนิธิสืบนาคะเสถียร

2. กองทุนกสทช.เพื่อประโยชน์สาธารณะ : ล็อคสเปคหรือเท่าเทียม?

สาโรจน์ แววมณี สหพันธ์วิทยุชุมชนแห่งชาติ§  เอนก นาคะบุตร ประธานมูลนิธิชุมชนท้องถิ่นพัฒนา

3. ธรรมาภิบาลกสทช.  

พรเทพ เบญญาอภิกุล   

กลุ่ม NBTC Policy Watch ตัวแทนสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.)                                 

 4. การกำกับดูแลเนื้อหาอย่างไม่ละเมิดสิทธิเสรีภาพและสิทธิการกำกับดูแลกันเองของสื่อ

ประดิษฐ์ เรืองดิษฐ์  สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย§  กลุ่มนักกฎหมายติดตามความคืบหน้าร่างประกาศตามมาตรา37 การกำกับดูแลเนื้อหาในวิทยุและโทรทัศน์

11.30-12.30       แลกเปลี่ยนความเห็นและสรุปประเด็น

 

แถลงการณ์ ฉ.4! ร่วมแสดงพลัง “นักธุรกิจ” ร่วมเป่านกหวีด ต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ “คนโกงชาติ” ที่ สีลม และ อโศก จี้ผู้เกี่ยวข้องขอโทษปชช. ดังนี้

แถลงการณ์ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 4/2556 ร่วมแสดงพลัง “นักธุรกิจ” ร่วมเป่านกหวีด ต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ “คนโกงชาติ” ที่ สีลม และ อโศก

จากการที่รัฐบาลนายกฯยิ่งลักษณ์ และ พรรคพวก ได้ผลักดันและผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯ อันมีผลต่อการ “ล้างความผิด” พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ด้วยนั้น เป็นการละเมิดต่อหลักนิติธรรมภายใต้รัฐธรรมนูญไทยอย่างมิบังควร อันเป็นเหตุที่ทำให้ประชาชนได้แสดงเสียงต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ คนโกงชาตินี้ทั้งแผ่นดิน ในวันที่ 5 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา นายกฯ ยิ่งลักษณ์ ได้แถลงจุดยืนว่า พ.ร.บ. นิรโทษฯนี้ รัฐบาลผลักดันเพื่อความปรองดอง แต่ยังเห็นได้ว่ามีคนไทยหลายกลุ่มที่ยังมีความคิดเห็นที่ “ยังไม่พร้อมที่จะให้อภัย” ทีท่าที่จะเป็นบ่อเกิดแห่งความขัดแย้งที่นำไปสู่ความรุนแรง

มีการให้ข้อมูลที่สับสนและถูกบิดเบือน โดยมีเจตนาที่จะล้มล้างรัฐบาลและระบอบประชาธิปไตยอีกครั้ง รัฐบาลเชื่อว่า ส.ส. จะยินดีรับมติการตัดสินของวุฒิสภาซึ่งหากวุฒิสภาไม่รับร่างนี้ในวันที่ 11 พฤศจิกายนนี้ อาจจะมีผลให้ ต้องรออีก 180 วัน เพื่อให้สภาผู้แทนฯพิจารณา พ.ร.บ. ฉบับนี้อีกครั้งหนึ่ง ชมรมนักธุรกิจเพื่อประชาธิปไตย จึงขอแถลงจุดยืน ดังต่อไปนี้

1. ให้ นายกรัฐมนตรีแสดงความยอมรับว่า ประชาชนที่ออกมาแสดงออกเพื่อต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษฯ คนโกงชาตินั้น ไม่ใช่เป็นการ “ไม่อยากเห็นการให้อภัยกันในสังคม” เพราะ ประชาชนที่ต่อต้าน “อยากเห็นการความปรองดอง และความสงบในบ้านเมือง” แต่ไม่ประสงค์ให้ไปล้างความผิดการทุจริตชาติ หรือ การทำผิดโทษอาญาที่ได้สร้างความเดือดร้อนให้สังคมที่ผ่านมา เพื่อเป็นบทเรียนให้เกิดความสงบในระยะยาว

2. ให้ ส.ส. ทุกคนที่ได้ ผ่าน พ.ร.บ.นิรโทษฯ คนโกงชาตินี้ ได้ออกมาขอโทษประชาชน แสดงความสำนึกรับผิด ที่มิได้ฟังเสียงสะท้อนของประชาชนผ่านผู้แทนราษฎรในสภาฯ และ ได้ผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯ ฉบับนี้ที่มีเงื่อนไข “คืนเงินทุจริต” ให้แก่อดีตผู้นำของท่าน และลงนามสัญญาประชาคมว่า จะ “กลับใจ” มายับยั้ง พ.ร.บ. นิรโทษฯฉบับนี้ เมื่อเรื่องกลับมาที่สภาฯ เพราะการที่เพียงยังบอกประชาชนว่า ท่านผ่านร่าง พ.ร.บ. นิรโทษฯนี้ มาทั้ง 3 วาระอย่างถูกต้องแล้ว ด้วยเจตนาอยากเห็นความปรองดอง แต่ถูกบิดเบือนเนื้อหาของผู้ที่ยังไม่พร้อมจะให้อภัยเช่นนี้ ยังเป็นท่าทีที่เป็นเหมือน พ.ต.ท. ทักษิณ ชินวัตร ที่เมื่อได้ทำผิดแต่ต้องการให้สังคมให้อภัยโดยไม่ยอมรับความผิดใดๆ ก็ได้เป็นเหตุให้เกิดความขัดแย้งในสังคมตลอดมา และจะยิ่งขยายมากขึ้นต่อไป 3. ชมรมฯมีจุดยืนส่งเสริมและปกป้องประชาธิปไตยที่ใสสะอาด จึงขอเชิญชวน นักธุรกิจ คนทำงาน ร่วมกันแสดงจุดยืนว่า

“เราไม่ต้องการนำเงินภาษี ที่เราเสียไปจากความเหนื่อยยากของเรา ไปคืนเงินโกงของครอบครัวผู้นำ” เช่นนี้ ในวันที่ 6-7 พฤศจิกายน 2556 นี้

โดยร่วมชุมนุมตั้งแต่เวลา 11:30 น. และ ร่วมเป่านกหวีด เวลา 12:34 น. เพื่อเป่านกหวีดพร้อมกัน เป็นเวลา 1 นาที · ในวันพุธที่ 6 พฤศจิกายน 2556 นี้ ที่บริเวณหน้าอาคารสีลมคอมเพล็กซ์ ถนนสีลม · ในวันพฤหัสฯที่ 7 พฤศจิกายน 2556 นี้ ที่บริเวณถนนอโศก ข้างทางเชื่อมสถานีรถไฟ BTS และMRT เพื่อร่วมแสดงออกในการ “ต่อสู้เพื่อต่อต้าน พ.ร.บ. นิรโทษ คนโกงชาติ” ให้ถึงที่สุดร่วมกัน

 

ฉบับ ชัดๆ! เนื้อหา แถลงการณ์”จันทร์25″ ไม่เข้าร่วมประมูลทีวีดิจิตอล (มีคนบอกว่ารูปไม่ชัด พิมพ์ให้อ่านแทนค่ะ)

image

29 ตุลาคม 2556- เมื่อเวลา 15 นาฬิกา นายสุรชัย ดนัยตั้งตระกูล ที่ปรึกษากฎหมาย บริษัทจันทร์ 25 จำกัด  ซึ่งมีคุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ เป็นเจ้าของ เดินทางมาที่ สำนักงาน กสทช. แจกแถลงการณ์ให้สืรอมวลชน มีเนื้อหา ระบุว่า

” บริษัท จันทร์ 25 จำกัด ขอเรียนชี้แจงเกี่ยวกับกรณีการเข้าร่วมประมูลทีวีดิจิทัล ประเภททั่วไปความคมชัดสูง (เอชดี) ดังต่อไปนี้   บริษัทมีความตั้งใจที่จะเข้าร่วมประมูลและเตรียมความพร้อมเพื่อการเข้าร่วมประมูลมาตลอด เพราะตั้งแต่คุณสุรางค์ เปรมปรีดิ์ ผู้บริหารของบริษัทไม่ได้รับการต่อสัญญาว่าจ้างเป็นกรรมการผู้จัดการของช่อง 7 และต้องออกจากการเป็นกรรมการบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด พร้อมกับคุณไพโรจน์ เปรมปรีดิ์ เมื่อต้นปี 2555 ทั้งๆ ที่ถือหุ้นอยู่รวมกันประมาณ 21% เนื่องจากผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ไม่ประสงค์ให้มีส่วนเกี่ยวข้องกับการบริหารอีกต่อไป คุณสุรางค์ ยังคงดำเนินธุรกิจในวงการโทรทัศน์ตลอดมา นำบริษัท จันทร์ 25 จำกัด มาเป็นหลักในการจัดสร้างละคร และรายการ ซึ่งเป็นงานที่ผูกพันและถนัด โดยบริษัทได้เตรียมบุคคลากรและสถานที่ปรับเปลี่ยนโรงเรียนเรวดีเดิม เป็นสตูดิโอ และห้องบันทึกรายการ เตรียมความพร้อมของทีมงาน จัดหาเงินทุนเพื่อเข้าร่วมประมูลตามประกาศของ กสทช.

อย่างไรก็ดี กสทช.เพิ่งประกาศรายละเอียดหลักเกณฑ์และวิธีการคัดเลือกผู้เข้าร่วมประมูล เมื่อวันที่ 6 พฤษภาคม 2556 โดยกำหนดลักษณะของผู้ที่มีผลประโยชน์ร่วมกันไว้ ก่อให้เกิดปัญหาในประเด็นการมีผลประโยชน์ร่วมกัน เนื่องจากการถือหุ้นของคุณสรางค์ และคุณไพโรจน์ในบริษัท กรุงเทพและวิทยุ จำกัด ทั้งๆ ที่ปัจจุบัน บุคคลทั้งสอง ไม่มีสิทธิมีเสียงในการบริหารงาน ไม่มีตำแหน่งกรรมการ ไม่มีส่วนในการดำเนินการ และไม่มีทางที่จะได้คะแนนเสียงข้างมากเพียงพอที่จะกำหนดนโยบายการจ่ายเงินปันผลหรือกำหนดผลประโยชน์จากกิจการแต่อย่างใด เมื่อบริษัท แสดงเจตนาจะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาต

image

บริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุจำกัด ได้มอบหมายให้ทนายความมีหนังสือถึงบริษัท คุณแดง และคุณไพโรจน์ ให้ขายหุ้นในบริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ออกไปให้เหลือน้อยกว่า 10%  แต่เมื่อคุณสุรางค์ แสดงความจำนง ขอโอกาสให้ผู้สนใจ ซื้อหุ้นเข้าทำการตรวจสอบกิจการเพื่อกำหนดราคาซื้อขาย ซึ่งเป็นหลักปฏิบัติในการทาธุรกิจ ในการซื้อขายหุ้นที่มูลค่ากว่าหมื่นล้านบาท ก็ได้รับการปฏิเสธ โดยอ้างว่า มีเจตนาไม่สุจริต ประสงค์ที่จะหาข้อมูลความลับไปให้สถานีโทรทัศน์คู่แข่ง

ต่อมา ได้มีการเสนอให้คุณสุรางค์ ปรับเปลี่่ยนอัตราส่วนจันทร์ 25 ซึ่งอาจก่อให้เกิดปัญหาการถือหุ้นแทนกัน อันขัดต่อกฎหมาย คุณสุรงค์จึงไม่อาจดำเนินการได้  และบริษัท จันทร์ 25 และคุณสุรางค์ ยังมีความประสงค์ที่จะเข้าร่วมประมูลขอรับใบอนุญาตและได้เตรียมเอกสารและเงินประกันไว้ครบถ้วนแล้ว แต่จากอุปสรรคของข้อกฎหมายดังกล่าว ประกอบกับการที่บริษัทกรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด ได้ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาแล้ว การที่กสทช.ยืนยันว่า จะตัดสิทธิบริษัททั้งสอง หากต่างก็ยื่นคำขอรับใบอนุญาตเข้ามาด้วยกันทั้งสองบริษัท

เมื่อพิจารณาโดยรอบด้าน ถึงผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด และพนักงานที่มีความจงรักภักดี และร่วมกับคุณสุรางค์ คุณแม่ และพี่ชายทั้งสอง ก่อตั้ง และร่วมกันสร้างสถานีจนมาเป็นสถานีโทรทัศน์ ชั้นนำในปัจจุบัน บริษัท จันทร์ 25 จำกัด จึงตัดสินใจ ไม่เข้าร่วมประมูลในครั้งนี้  อย่างไรก็ตาม บริษัท และคุณสุรางค์ ยังยืนยันว่า มีความประสงค์ที่จะทำธุรกิจในวงการโทรทัศน์ต่อไป รวมทั้ง จะใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นติดตามการดำเนินงาน และการปฏิบัติต่อพนักงานของบริษัท กรุงเทพโทรทัศน์และวิทยุ จำกัด”

 

รวมภาพ! บรรยากาศ เอกชน 33ราย ซักถาม กระบวนการประมูลทีวีดิจิตอล 24 ช่อง/ 9-11ต.ค.เปิดให้ถามเรียงคิว ทีละบริษัท

image

วันที่ 9-11 ตุลาคม 56 กสทช. จะเปิดโอกาสให้ แต่ละบริษัท สอบถาม กสทช. แบบเรียงคิวเดี่ยวๆ  เพื่อให้เข้าใจกระบวนการ และขั้นตอนทางเอกสารที่ถูกต้องมากที่สุด ก่อนจะให้ยื่นซอง 28-29 ตุลาคม 2556 เนื่องจากวันนี้ หลายบริษัท กังวลว่า หากกรอกเอกวาร หรือ ทำขั้นตอนเอกสารไม่ถูกต้อง อาจผิดหลักดกณฑ์ และโดนตัดสิทธิ์เข้าประมูล

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

image

 

คำต่อคำ! คำชี้แจง ..ผู้บริหาร #Ch9 “แบน”คนค้นคน เทป “ศศิน เฉลิมลาภ”ต้านเขื่อนแม่วงก์

image

สัมภาษณ์พิเศษ โดย.. ผู้สื่อข่าว ภัทราพร ตั๊นงาม ไทยพีบีเอส

28 ก.ย.2556 – กรณี กระแสข่าวระงับออกอากาศ รายการ คนค้นคน เทป นายศศิน เฉลิมลาภ วันนี้ ล่าสุด นางกมลาสิริ อิศรางกูร ณ อยุธยา รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ ฝ่ายดูแลสายงานโทรทัศน์ สถานีโทรทัศน์ ช่อง 9 ชี้แจงดังนี้

ถาม : สอบถามข้อเท็จริง กรณี ที่เรื่องเทป คนค้นคน ที่โดนระงับออกอากาศ 

ตอบ : อสมท.มีความเป็นกลาง เวลาออกข่าว ต้องออกให้บาล๊าซทั้ง 2 ด้าน และเราเพิ่งโดนคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองการมีส่วนร่วม และสื่อสารมวลชน สภาผู้แทนราษฎรฯ ที่มีนายวัชระ เพชรทอง ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์  ต่อว่า ว่าช่อง 9 ออกข่าวไม่เป็นกลาง ไม่บาล๊าซ 

ส่วนเทป คนค้นคนไปสัมภาษณ์ เขื่อนแม่วงก์ และมีวาจารุนแรง ทางเราบอกไปว่า เจ้าหน้าที่เราดูแล้วก็มาปรึกษา เราจึงขอให้คนค้นคน ช่วยไปสัมภาษณ์แก้ต่างกับอีกฝ่ายหนึ่ง และทางนักวิชาการ มาแก้ต่างว่า ทำไม จะสร้าง หรือไม่สร้าง น่าจะให้บาล๊าซสองฝ่าย  เค้าบอกว่า เค้าไม่ทำ และทำไม่ได้ เลยบอกว่า ถ้าพร้อมทำเมื่อไหร่ และสองข้างบาล๊าซซึ่งกัน มีทั้งฝ่ายให้สร้าง ฝ่ายไม่ให้สร้าง โอเคเลยจบ เราจะออกอากาศให้

ถาม : เทป ที่สั่งระงับออกอากาศกำหนดเดิม ต้องเผยแพร่วันนี้ใช่หรือไม่ 

ตอบ: ถูกต้องค่ะ 

ถาม : มีสัมภาษณ์ใครในเทปนั้น หรือ ว่า คนเดียว 

ตอบ : เป็นพวกผู้ประท้วงค่ะ  

ถาม : ที่บอกให้ไปปรับเพิ่ม จะต้องมีของฝ่ายไหนบ้าง 

ตอบ : ก็ต้องให้บาล๊าซ ทั้งผู้ที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย  

ถาม : ได้ชี้แจงกับทางคุณเช็ค สุทธิพงษ์ หรือใคร  

ตอบ : ให้เจ้าหน้าที่ชี้แจงกับ คุณเช็คโดยตรงมั้งคะ

ถาม : เค้าตอบกลับมาว่าอย่างไรบ้างคะ 

ตอบ : ไม่ทำค่ะ จนกว่าทำมาสองข้าง เรายินดีออกให้ค่ะ

ถาม : ทีวีบูรพา ชี้แจงกลับมาว่าอย่างไร ที่บอกว่า ไม่ทำเพิ่ม

ตอบ : เค้าชี้แจงกับเจ้าหน้าที่ พี่ก็ไม่ทราบ แต่เจ้าหน้าที่สรุปได้แบบนี้ ว่า ทำไม่ได้ หรือไม่ทำอะไรสักอย่าง แต่เราบอกว่า ถ้าพร้อมทำสองข้างมาเลยค่ะ ตอนนี้ เรามีข้อมูลบอกได้เท่านี้

ถาม : ถ้าทีวีบูรพา ไม่ทำเพิ่มจะออกอากาศเทปนี้ (ที่โดนระงับ) ได้หรือไม่  

ตอบ : ออกไม่ได้ค่ะ แต่ขอคุยกับคุณเช็คก่อนนะคะ  พี่ยังไม่ได้คุยกับทีวีบูรพา แต่ให้เด็กติดต่อ กะว่าวันเปิดทำงาน จะถามทีวีบูรพาว่า ช่วยปรับเทปให้ใหม่ได้ไหม  เรายินดีทำให้หมด 

ถาม : ช่อง 9 แจ้งทางคุณเช็คเมื่อไหร่ ว่าจะระงับออกอากาศ 

ตอบ : เจ้าหน้าที่แจ้งไปตั้งแต่ เมื่อวาน (วันศุกร์)  หรือยังไง ไม่ทราบ แต่เทปที่จะออกอากศ จะต้องตรวจสอบก่อน เหมือนไทยพีบีเอส ก่อนจะออกอากาศเทปก็ต้องตรวจหมด  เราต้องตรวจเซนเซอร์ก่อนว่า เทป ที่ส่งมาล่อแหลมมั้ย เหมือนไทยพีบีเอส กฎระเบียบเดียวกัน

เทปคนค้นคนเทปนี้ เข้าใจว่าช่อง 9 เซนเซอร์ แต่กฎระเบียบก็เหมือนกับทุกช่อง เราขอให้ช่วยปรับสองฝ่ายให้  ถ้ามีสองฝ่าย เราก็ไม่มีปัญหา ให้ออกอากาศได้ ส่วนตัวยังไม่ได้ดูเทปที่ระงับออกอากาศ

ถาม : ก่อนหน้านี้ มีเทป ลักษณะนี้ที่โดนช่อง 9 แบนบ้างหรือไม่ 

ตอบ : บ่อยไปค่ะ ถ้าไม่สมควร อะไรที่ไม่สมควร

ถาม : รายการคนค้นคน เคยโดนแบนบ้างหรือไม่

ตอบ : รายการคนค้นคน ยังไม่เคยโดนเลยค่ะ จะมีบ้างก็ปรับแล้วยินดีออกให้ บางรายการเช่น รายการวู้ดดี้ วันไหนล่อแหลม ถ้าวู้ดดี้ ปรับให้ เราก็ออกให้ ทุกรายการที่มีปัญหา คิดว่าผิดต่อจรรยาบรรณ จริยธรรม ล่อแหลม เราจะขอให้เค้าปรับ ถ้าเค้าปรับได้ เราก็ออกให้ แต่ถ้าเค้าปรับไม่ได้ เราก็ไม่สามารถออกให้ได้ ทุกคนต้องปฏิบัติตามกฏระเบียบของ อสมท.โดยเคร่งครัด อะไรเรายอมได้ เราก็ยอม  

ถาม : การเมืองแทรกแซงหรือไม่

ตอบ : ไม่มีค่ะ ไม่มีแน่นอน

ถาม : ตามขั้นตอน ต้องแจ้ง กสทช. รับทราบหรือไม่ ว่าระงับออกอากาศ

ตอบ : ไม่จำเป็นค่ะ เพราะกระบวนการตรวจสอบกันเองของช่อง และเป็นเทป ที่ยังไม่ได้ออกอากาศ

 

2 เวทีตรวจสอบ! พรุ่งนี้เช้า กมธ.เชิญ กสทช.ให้ข้อมูลขยายคลื่น 1800/ บ่าย องค์กรต้านคอร์รัปชั่น แถลง“การปกป้องการข่มขู่ผู้ให้ข้อมูลกับสังคม”

24ก.ย.56 – พรุ่งนี้ เวลา 11.00 น. ณ ห้องประชุมกรรมาธิการ หมายเลข 220 ชั้น 2 อาคารรัฐสภา 2 นางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ และนายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา กรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ด้านส่งเสริมสิทธิเสรีภาพและคุ้มครองผู้บริโภค จะเข้าชี้แจงข้อมูลข้อเท็จจริง กรณี การออกประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. … ต่อคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชน และการมีส่วนร่วมของประชาชน ประธานฯ คือ นายศุภชัย ศรีหล้า ที่ได้เชิญเพื่อชี้แจงตามวาระการประชุมเพื่อพิจารณาศึกษาเรื่องร้องเรียนและขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่

ประเด็นเข้าชี้แจง

1. ประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. …(ร่างประกาศห้ามซิมดับ) มีเจตนารมณ์และเนื้อหาสาระอย่างไร

2. ข้อคิดเห็นของท่านเกี่ยวกับประกาศ กสทช. เรื่อง มาตรการคุ้มครองผู้ใช้บริการในกรณีสิ้นสุดการอนุญาต สัมปทาน หรือสัญญาการใช้บริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ พ.ศ. …(ร่างประกาศห้ามซิมดับ)

3. ข้อมูลข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการปฏิบัติหน้าที่ของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ในการคุ้มครองผู้บริโภคและแนวทางการดำเนินการ

4. ประเด็นอื่นๆที่เกี่ยวข้อง

wpid-Screenshot_2013-09-23-22-08-18-1-picsay.jpg

ส่วนอีกเวที ช่วงบ่าย องค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน จะแถลง “การปกป้องการข่มขู่ผู้ให้ข้อมูลกับสังคม” โดย (ประเทศไทย) ในวันที่ 25 กันยายน 2556 เวลา 13.30-15.30 น. ณ ห้อง Sarocha ชั้น 3 โรงแรมอโนมา กรุงเทพฯ

โดย คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม รองประธานองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน(ประเทศไทย)

นายวิชัย อัศรัสกรเลขาธิการองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ประเทศไทย) เป็นผู้แถลง

และมี ดร. สมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย( TDRI)

ดร. เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ TDRI

คุณสมโภชน์ โตรักษา ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ช่อง

คุณณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์ThaiPBS ร่วมเวที

 

4 คดีสำคัญ! ศาลปค.พิจารณาคดี 24-26ก.ย.56 ทั้งสรรหา”ซุปเปอร์บอร์ด”กสทช. /โฮปเวลล์ /ค่าเรียน ม.จุฬา และ ค่าเช่าตลาดจตุจักร

กำหนดนัดพิจารณาคดีในศาลปกครอง 4 คดี ในสัปดาห์นี้

๑.ศาลปค.สูงสุด อ่านคำสั่ง คดี สรรหา”ซุปเปอร์บอร์ด กสทช.”ไม่ชอบด้วยกฎหมาย

วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๐๐ น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำสั่งศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ ๔๔/๒๕๕๖ หมายเลขแดงที่ ๑๔๕/๒๕๕๖ ระหว่าง นายจิระเดช พูลสุข
(ผู้ฟ้องคดี) กับ สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่เจ้าหน้าที่ของรัฐกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย
(คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า สำนักงานเลขาธิการวุฒิสภา ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ ราย ดำเนินการคัดเลือกคณะกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานตาม พ.ร.บ.องค์กรจัดสรรคลื่นความถี่และกำกับการประกอบกิจการวิทยุโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคม พ.ศ. ๒๕๔๓ เมื่อวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ ไม่ชอบด้วยกฎหมาย
การดำเนินการดังกล่าวไม่โปร่งใส และเป็นไปโดยไม่สุจริต ขอให้ศาลปกครองเพิกถอนผลการคัดเลือกดังกล่าว
เมื่อวันที่ ๓๑ มกราคม ๒๕๕๖ ศาลปกครองชั้นต้น (ศาลปกครองกลาง) มีคำสั่งไม่รับคำฟ้องคดีไว้พิจารณา โดยพิเคราะห์แล้วเห็นว่า คดีนี้เมื่อการคัดเลือกวันที่ ๑๙ พฤศจิกายน ๒๕๕๕ เป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนการดำเนินการคัดเลือกบุคคลผู้สมควรได้รับการเสนอชื่อเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลการปฏิบัติงานเท่านั้น และข้อเท็จจริงยังไม่ปรากฏว่าได้มีการประกาศรายชื่อผู้ได้รับการพิจารณาคัดเลือกเป็นกรรมการติดตามและประเมินผลฯที่จะเห็นเหตุให้นำคดีพิพาทมาสู่ศาล ผู้ฟ้องคดีจึงยังไม่ใช่ผู้ได้รับความเดือดร้อนหรือเสียหายที่จะมีสิทธิฟ้องคดีตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่งแห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ จึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องนี้ไว้พิจารณา และให้จำหน่ายคดีออกจากสารบบความ)
ณ ห้องพิจารณาคดี ๖ ชั้น ๓ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

๒. พิจารณานัดแรก คดี”หูกวาง”ฟ้อง บอกเลิกสัญญาบ.โฮปเวลล์

วันที่ ๒๔ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๔.๐๐ น. ศาลปกครองกลางนัดนั่งพิจารณาคดีครั้งแรก ในคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๗/๒๕๕๒ (รวมพิจารณากับคดีหมายเลขดำที่ ๒๐๓๘/๒๕๕๑ และ ๑๓๗๙/๒๕๕๒) ระหว่าง กระทรวงคมนาคม ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ บริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับเรื่องที่มีกฎหมายกำหนดให้อยู่ในเขตอำนาจศาลปกครอง

(คดีนี้ กระทรวงคมนาคม ที่ ๑ กับพวกรวม ๒ คน ร้องว่า คณะอนุญาโตตุลาการมีคำชี้ขาดตามข้อพิพาทหมายเลขแดงที่ ๗๐/๒๕๕๑ ให้ยกคำเสนอข้อพิพาทของผู้ร้อง โดยอ้างว่าผู้ร้องบอกเลิกสัญญากับบริษัท โฮปเวลล์ (ประเทศไทย) จำกัด ตามสัญญาสัมปทานระบบการขนส่งทางรถไฟและถนนยกระดับในกรุงเทพมหานครและการใช้ประโยชน์จากที่ดินของการรถไฟแห่งประเทศไทยโดยไม่ชอบ ซึ่งผู้ร้องเห็นว่าคณะอนุญาโตตุลาการชี้ขาดไปโดยไม่มีอำนาจ เกินขอบเขตแห่งข้อตกลงในการเสนอข้อพิพาทต่ออนุญาโตตุลาการ)
ณ ห้องพิจารณาคดี ๘ ชั้น ๓ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

๓.ศาลปกครองสูงสุด อ่านคำพิพากษา คดี “ม.จุฬา”โดนฟ้องเก็บค่าธรรมเนียมหลักสูตรการศึกษา ไม่ชอบด้วยกฏหมาย

วันที่ ๒๕ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๐.๔๕ น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษา
ศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ ๒๑๑๕/๒๕๕๔ หมายเลขแดงที่ ๑๙๑๑/๒๕๕๔ ระหว่าง นายสุรชัย ฝั้นแก้ว (ผู้ฟ้องคดี) กับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับการที่หน่วยงานทางปกครองกระทำการโดยไม่ชอบด้วยกฎหมายโดยการออกกฎ
(คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้มีประกาศลงวันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๔ เรื่อง กำหนดอัตราการจัดเก็บเงินและอัตราการเบิกจ่ายค่าใช้จ่ายสำหรับหลักสูตร ศิลปะศาตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาเศรษฐศาสตร์การเมือง (หลักสูตรพิเศษ) (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๔ โดยไม่ชอบด้วยกฎหมาย เนื่องจากประกาศดังกล่าวมีลักษณะเลือกปฏิบัติโดยไม่เป็นธรรม กำหนดค่าธรรมเนียมการศึกษาแตกต่างกันระหว่างนิสิตชาวไทยและนิสิตต่างชาติ อีกทั้งมีกำหนดให้คิดค่าปรับในการชำระค่าธรรมเนียมล่าช้า จึงขอให้ศาลปกครองมีคำสั่งให้มีการชำระค่าธรรมเนียมการศึกษาในอัตราที่เท่ากันทั้งนิสิตชาวไทยและชาวต่างชาติในอัตราภาคการศึกษาละ ๕,๐๐๐ บาท

เมื่อวันที่ ๒๓ ธันวาคม ๒๕๕๔ ศาลปกครองชั้นต้นมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา โดยพิเคราะห์เห็นว่า กรณีแรก ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้ผู้ถูกฟ้องคดีเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการศึกษาสำหรับนิสิตชาวไทยเท่ากับนิสิตชาวต่างประเทศ ภาคการศึกษาละ ๕,๐๐๐ บาท โดยมีผลตั้งแต่ผู้ฟ้องคดีเข้ารับการศึกษานั้น เป็นคำขอที่ศาลไม่อาจกำหนดคำบังคับให้ได้ตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ กรณีที่สอง ผู้ฟ้องคดีขอให้ศาลมีคำพิพากษาหรือคำสั่งให้การคิดค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาของนักศึกษาทุกระดับชั้นของผู้ถูกฟ้องคดีต้องผ่านการลงประชามติของนักศึกษาด้วยนั้น เห็นว่าเป็นคำขอที่ศาลไม่อาจกำหนดคำบังคับให้ได้ตามมาตรา ๗๒ วรรคหนึ่ง (๑) แห่ง พ.ร.บ.จัดตั้งศาลปกครองฯ เช่นกัน ผู้ฟ้องคดีจึงไม่มีสิทธิฟ้องคดีในข้อหานี้ตามมาตรา ๔๒ วรรคหนึ่ง แห่ง พ.ร.บ.ดังกล่าว ศาลจึงมีคำสั่งไม่รับคำฟ้องไว้พิจารณา)
ณ ห้องพิจารณาคดี ๑๓ ชั้น ๓ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

๔. ศาลปค.สูงสุด อ่านคำพิพากษา ผู้ค้าจตุจักร ร้องขอให้ รฟท.ยกเลิกเก็บค่าเช่าที่ตลาดจตุจักร

วันที่ ๒๖ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๓.๔๕ น. ศาลปกครองกลางนัดอ่านคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ในคดีหมายเลขดำที่ ๑๐๔๑/๒๕๕๓ หมายเลขแดงที่ ๙๙๑/๒๕๕๓ ระหว่าง นายสงวน ดำรงค์ไทย ที่ ๑ กับพวกรวม ๓๗ คน (ผู้ฟ้องคดี) กับ ผู้อำนวยการตลาดนัด ที่ ๑ กับพวกรวม ๔ คน (ผู้ถูกฟ้องคดี) เรื่อง คดีพิพาทเกี่ยวกับสัญญาทางปกครอง
(คดีนี้ ผู้ฟ้องคดีฟ้องว่า ผู้อำนวยการตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (นายอรุณ ศรีจำรูญ) กับพวก มีประกาศลงวันที่ ๒๕ มิถุนายน ๒๕๕๓ เรียกเก็บค่าธรรมเนียมในการใช้สถานที่ในตลาดนัดกรุงเทพมหานคร (ตลาดนัดจตุจักร) เพิ่มเติมจากเดิม ๑๒๐ บาท เป็น ๘,๑๐๐ บาท
โดยอ้างว่าการรถไฟแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นเจ้าของที่ดินบริเวณตลาดนัดได้เรียกเก็บค่าเช่าที่ดินเพิ่มเติม ทำให้ผู้ฟ้องคดีได้รับความเดือดร้อนเสียหาย จึงขอให้ศาลปกครองเพิกถอนประกาศของผู้ถูกฟ้องคดีฯ)
ณ ห้องพิจารณาคดี ๗ ชั้น ๓ อาคารศาลปกครอง ถนนแจ้งวัฒนะ

 

ชัดๆ! ปธ.TDRI ยันไม่เคยคิด เจรจาทางลับ ขอ กสทช.ถอนฟ้องคดีหมิ่นฯ ท้าร่วมเวทีดีเบตปมขยายคลื่น 1800 (มีคลิป)

image

19 ก.ย.56 – จากกรณี ที่เมื่อวาน นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช.ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน ระบุว่า นายสุทธิพล ทวีชัยการ กรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) กสทช.  พูดในที่ประชุมบอร์ดใหญ่กสทช.ว่า วันนี้ จะมีหนึ่งในผู้ถูกฟ้อง มาขอเจรจากับกทค.และอาจพิจารณาประเด็นการถอนฟ้องนั้น 

ล่าสุด วันนี้ นายสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ ประธานสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย หรือ ทีดีอาร์ไอ ยืนยัน ไม่คิดเจรจาทางลับ เพื่อขอให้กสทช.ถอนฟ้อง ย้ำขอกสทช.ดีเบต ปมขยายสัมปทานคลื่น 1800 MHz ผ่านเวทีสาธารณะ ดังนี้

“ผมแปลกใจมากเมื่อได้ยินข่าวจากเลขาฯกสทช. บอกว่า มีผู้ถูกฟ้องจะเจรจากับกสทช.เพื่อขอให้ถอนฟ้อง ผมดูเฟสบุ๊คของคุณณัฏฐา โกมลวาทิน (บก.รายการ ที่นี่ไทยพีบีเอส)  หนึ่งในผู้ถูกฟ้อง ก็ยืนยันว่า ไม่มีความคิดใดๆ จะเจรจากับกสทช. และผมได้คุยกับดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์  ผู้อำนวยการวิจัย ทีดีอาร์ไอ (ผู้ถูกฟ้อง) ดร.เดือนเด่น ยืนยันว่า ไม่มีความคิดหรือเจรจาเพื่อให้ กสทช.ถอนฟ้อง ผมประหลาดใจอย่างยิ่งที่กสทช.ให้ข่าวดังกล่าว โดยคุณฐากร เลขาฯกสทช. ได้กล่าวถึงว่า คุณสุทธิพล ทวีชัยการ หนึ่งในกรรมการกทค.ว่าเป็นผู้ให้ข่าวว่า จะมีผู้ถูกฟ้องหนึ่งรายไปเจรจากับกสทช.

ขณะนี้ผมได้ข้อสรุปที่ไม่น่าจะคลาดเคลื่อนว่า หนึ่งในสองท่าน คือ คุณฐากร หรือ คุณสุทธิพล ท่านใดท่านหนึ่ง น่าจะให้ข้อมูลที่ไม่จริงต่อสาธารณะชน ผมคิดว่าเป็นเรื่องสำคัญมากๆ เพราะทั้งสองคนเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ การให้ข้อมูลที่ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง โดยเฉพาะในเรื่องที่สามารถตรวจสอบได้ง่ายๆ ว่าเป็นจริงหรือไม่นั้น ท่านก็ยังไม่ได้ให้ข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ซึ่งถ้าเป็นเรื่องที่มีความสลับซับซ้อน และเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์มากๆ แล้วประชาชนไม่ค่อยเข้าใจ เราจะมั่นใจได้อย่างไรว่า ท่านจะให้ข้อมูลกับสาธารณะชนได้ถูกต้อง

ในส่วนทางทีดีอาร์ไอ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่า การทำหน้าที่ให้ข้อคิดเห็นสาธารณะเป็นหน้าที่ของนักวิชาการ และดร.เดือนเด่นได้ให้ความเห็นตามหลักวิชาการ ถ้า กสทช.อยากจะถอนฟ้องนักวิชาการและสื่อมวลชน ท่านก็ควรถอนฟ้องเองเมื่อท่านคิดว่าแนวทางที่ดำเนินมาไม่ถูกต้องเหมาะสม แต่ทางทีดีอาร์ไอและผมเชื่อว่า คุณณัฏฐาด้วย ไม่ได้มีแนวความคิดจะไปเจรจากับท่านในที่ลับ หากจะมีการพูดคุยใดๆ อยากให้เปิดเวทีสาธารณะพูดคุยกันถึงความถูกต้อง ความเหมาะสม ของการที่กสทช.ไปขยายอายุการใช้สัมปทานคลื่น 1800 เมกกะเฮิร์ต ผมคิดว่าเรื่องอย่างนี้เป็นเรื่องสาธารณะ ถ้าจะพูดกัน ต้องพูดกันในที่แจ้ง ไม่ใช่ไปพูดกันในที่ลับๆ

ทีดีอาร์ไอ เชื่อ 100% ว่าไม่มีการติดต่อไปแน่นอน ส่วนไทยพีบีเอส ผมอาจพูดแทนได้ไม่หมด แต่ก็เห็นว่า มีทั้งคำชี้แจงของคุณณัฏฐาผ่านเฟสบุ๊ค และมีคำแถลงการณ์จาก คุณสมชัย สุวรรณบรรณ ผู้อำนวยการไทยพีบีเอส พูดชัดเจนว่า ไทยพีบีเอส ไม่มีแนวความคิดในการไปเจรจากับกสทช.เพื่อให้ถอนฟ้อง ซึ่งทั้งทีดีอาร์ไอในฐานะหน่วยวิชาการ และไทยพีบีเอส ในฐานะสื่อมวลชน ได้ทำหน้าที่อย่างสอดคล้องกับหลักวิชาการและหลักวิชาชีพของแต่ละฝ่าย จึงไม่มีความจำเป็นต้องไปขอร้องท่าน 

ในทางตรงกันข้าม การที่คดีไปสู่ศาล ในมุมหนึ่งแม้จะทำให้เกิดความยุ่งยากเสียเวลากับคนทั้งสอง แต่ผมคิดว่าจะเป็นโอกาสดีที่จะนำเรื่องนี้เข้าสู่ขั้นตอนของศาล ซึ่งจะสามารถใช้อำนาจของศาลในการเรียกข้อมูล เรียกเอกสารต่างๆ ที่เคยเป็นความลับ ยังไม่เคยถูกเปิดเผยโดยสำนักงานกสทช. ออกมาให้เป็นข้อมูลสาธารณะ เมื่อถึงเวลานั้นผมเชื่อว่าประชาชนจะได้ทราบว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมีที่มาที่ไปอย่างไร ผมไม่ทราบเจตนาที่ทั้งสองคนพูดตามที่เป็นข่าว และแปลว่าต้องมีท่านใดท่านหนึ่งที่ให้ข้อมูลที่ไม่จริงกับสาธารณะ และคิดว่ามีความจำเป็นอย่างยิ่งที่ท่านจะต้องออกมาชี้แจงในเรื่องดังกล่าว ว่าผู้ใด อ้างใคร ไปติดต่อกับท่าน ท่านจึงเอามากล่าวอ้างว่า มีความพยายามที่สื่อมวลชน หรือนักวิชาการ จะไปเจรจาต่อรองกับท่าน เพื่อให้ท่านถอนฟ้อง

ผมคิดว่าสิทธิเสรีภาพทางวิชาการ และสื่อในกรณีแบบนี้ จำเป็นต้องได้รับการคุ้มครองจากสังคม และเชื่อว่าเรื่องนี้จะเป็นบทเรียน กรณีศึกษาในอนาคต ที่จะชี้ให้เห็นว่า หากสิทธิของสื่อและนักวิชาการถูกคุกคามไปแล้ว จะทำให้ไม่สามารถตรวจสอบหน่วยงานของรัฐ ที่บริหารเม็ดเงิน ผลประโยชน์เป็นแสนล้านต่อปีได้ คนที่เสียประโยชน์ก็คือประชาชน” (มีต่อ)

(ฟัง… คลิปฉบับเต็ม อ.สมเกียรติ ปธ. TDRI ให้สัมภาษณ์ … ความยาว ประมาณ 9 นาที )

ส่วนคลิป 2 ลิงค์ ด้านล่าง … เป็น ฉบับเต็ม  ที่ คุณ ฐากร เลขาธิการ กสทช. ให้สัมภาษณ์นักข่าวสาย กสทช. เมื่อวันที่ 18 กันยายน โดยระบุว่า คุณสุทธิพล บอกในที่ประชุมบอร์ดใหญ่กสทช. ว่า มีผู้ถูกฟ้อง มาขอเจรจา เพื่อจะเข้าพบ กทค. วันที่ 19 กันยายน (มี 2 คลิป)

คลิป 1 ความยาว 2 นาที

และ คลิปจบ ความยาว 13 นาที

หลังการแถลงของคุณฐากร และเผยแพร่ตามสื่อต่างๆ
มีคำชี้แจง.. จาก พี่เต๋า ณัฏฐา ผู้ถูกฟ้อง ดังนี้..

image

จากนั้น มีคำยืนยัน จาก ผู้บริหาร ไทยพีบีเอส ตามนี้..

image

 

เก็บตก งานเสวนา มธ.! “เสรีภาพการตรวจสอบกับราคาที่ต้องจ่าย :กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ”

image

17 ก.ย.56 - จากประเด็นคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จำนวน 4 คน และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ฟ้องร้อง ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ นักวิชาการ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนางสาวณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ข้อหาหมิ่นประมาทจากการเสนอข่าวและความคิดเห็นคัดค้าน กสทช.ต่ออายุคลื่น 1800 MHz ให้เอกชน และรัฐวิสาหกิจ แทนการเรียกคืนคลื่นความถี่เพื่อนำไปประมูล

image

วันนี้ ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์  คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ร่วมกับนักศึกษาปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนรุ่น 31 คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จัดเสวนาวิชาการเรื่อง “เสรีภาพการตรวจสอบกับราคาที่ต้องจ่าย :กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ต่อสาธารณะ และเพื่อแสวงหาความรู้ในการรักษาความสมดุลระหว่างการฟ้องคดีเพื่อความเป็นธรรม กับการรักษาเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

ในช่วงเริ่มต้น เครือข่ายนักกฎหมายสื่อมวลชนแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ MDSEA  ออกแถลงการณ์การ “ผิดหวังต่อกรณีการฟ้องหมิ่นประมาท กับนักวิชาการ และนักข่าว” ต่อกรณี กทค. และสำนักงาน กสทช.ฟ้องคดี

MDSEA ให้เหตุผล 3 ข้อ ได้แก่ นางสาวเดือนเด่น และนางสาวณัฏฐา ใช้สิทธิเสรีภาพในกาแรสดงออกเท่านั้น เพื่อถกเถียงเกี่ยวกับการกระทำของกสทช. ซึ่งการนำเสนอข่าวดังกล่าวเป็นประเด็นสำคัญต่อประโยชน์สาธารณะ และผู้บริโภค เสรีภาพในการแสดงออกเป็นสิทธิที่ได้รับการรับรอง และปกป้องตามรัฐธรรมนูญไทย และตามกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมือง และสิทธิทางการเมือง ซึ่งประเทศไทยเป็นรัฐภาคี

 สอง การฟ้องร้องหมิ่นประมาท มีแต่จะก่อให้เกิดการยับยั้งการใช้เสรีภาพต่อนักข่าว และนักวิชาการ และเป็นไปได้ว่า จะเป็นการปิดปากการเสวนาสาธารณะในประเด็นที่เกี่ยวกับประโชน์สาธารณะของคนไทย เช่นการพิจารราการให้สัมปทานคลื่นโทรคมนาคม 1800 เมกกะเฮิร์ซ ของกสทช.  ทางMDSEA ขอให้คำนึกถึงความเห็นที่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติเคยให้ไว้ ต่อกรณีความสำคัญของเสรีภาพในการแสดงออกเพื่อสร้างความโปร่งใส และการตรวจสอบได้  เสรีภาพในการแสดงออกนั้น เป็นปัจจัยสำคัญในการตระหนักถึงหลักแห่งความโปร่งใส และตรวจสอบได้ ซึ่งในทำนองเดียวกัน ถือว่าสำคัยต่อการส่งเสริมและปกป้องมนุษยชน

 สาม แทนที่จะฟ้องร้องหมิ่นประมาท ทางที่ดีที่สุด สำหรับ กทค. 4 คน คือ การแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ต่อกรณีการให้สัมปทานคลื่นโทรคมนาคม กับสังคมไทย ซึ่งถือเป็นผู้มีส่วนได้เสียที่แท้จริงในประเด็นนี้

 นอกจากนี้ MDSEA ขอเรียกร้องด้วยความเคารพ ให้คณะกรรมการกทค.ทั้ง 4 คน ถอนฟ้องข้อหาหมิ่นประมาทต่อ นางสาวเดือนเด่น และ นางสาวณัฏฐา โดย MDSEA สนับสนุนให้คณะกรรมการ กทค. ทั้ง 4 คน นำข้อถกเถียงไปสู่ประชาชนไทย และอภิปราย กรณีการให้สัมปทานคลื่นโทรคมนาคม 1800 เมกกะเฮิร์ซ กับประชาชนไทยแทน 

แถลงการณ์ ลงชื่อโดย ศาสตราจารย์ แฮรี่ โรเก้ จูเนียร์ ประธานเครือข่าย MDSEA  และ เอช อาร์.ดิเพนดร้า ผู้อำนวยการ เครือข่ายMDSEA

image

image

นางสาวสาวตรี สุขศรี อาจารย์คณะนิติศาสตร์ มธ. กล่าวว่า หลักการทางกฎหมายกสทช.สามารถฟ้องหมิ่นประมาทนักวิชาการและสื่อได้ เพราะมีกฎหมายคุ้มครอง แต่มีเงื่อนไขว่า การหมิ่นประมาทนั้นอยู่ในข้อยกเว้นหรือไม่ เช่น การแสดงความคิดเห็นโดยสุจริต คือ เข้าใจหรือเชื่อว่าเรื่องที่กล่าวนั้นเป็นความจริง เป็นต้น แต่สถานะของกสทช. ซึ่งเป็นองค์กรอิสระที่ดำเนินงานเพื่อประโยชน์สาธารณะ ดังนั้นจึงควรมีการตรวจสอบให้เกิดความโปร่งใส จากทั้งภาคเอกชน ประชาชนและนักวิชาการ ซึ่งการวิพากษ์วิจารณ์นั้นก็ถือเป็นการตรวจสอบอีกทางหนึ่ง

นางสาวกายาทรีย์ เวนกิตสวารัน ผู้อำนวยการบริหารเครือข่ายสมาคมผู้สื่อข่าวในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรือ ซีป้า (SEAPA) กล่าวว่า เป็นเรื่องแปลกที่องค์กรสาธารณะที่ทำหน้าที่กำกับดูแลสื่อกลับฟ้องสื่อด้วยกันเอง ซึ่งหากสื่อหวาดกลัวการถูกฟ้องร้อง องค์กรสาธารณะก็มีแนวโน้มที่จะใช้การฟ้องร้องเพื่อทำให้ข่าวที่วิพากษ์วิจารณ์องค์กรตนเองเงียบลง ดังนั้น ในกรณีนี้ สื่อควรจะรวมตัวกันวิพากษ์วิจารณ์การฟ้องร้องเพื่อปกป้องการทำหน้าที่ของสื่อมวลชน

“กสทช.นับเป็นองค์กรที่มีหน้าที่ในการกำหนดนโยบายสาธารณะ และหากสื่อมวลชนไม่ทำหน้าที่ตรวจสอบองค์กรที่กำกับนโยบายสาธารณะแล้ว สังคมจะเป็นอย่างไร หลักการทำข่าวของสื่อมวลชน แม้บางเรื่องสื่อจะสามารถพิสูจน์หรือมีข้อเท็จจริงอยู่  แต่บางครั้งก็ไม่เพียงพอที่จะนำมาเปิดเผย จริงๆ สื่อไม่จำเป็นต้องเสนอข้อมูลข้อเท็จจริง 100% แต่การนำเสนอข่าว ในเชิงตั้งข้อสังเกต ข้อสงสัย ก็นำเสนอได้เช่นกัน โดยเฉพาะหากเกี่ยวข้องกับประเด็นประโยชน์สาธารณะ”

นางสาวสุวรรณา สมบัติรักษาสุข ผู้จัดการสถานีวิทยุแห่งจุฬาลงกรณ์ กล่าวว่า กสทช.ถูกสร้างขึ้นมาเพราะต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงสื่อเพื่อประโยชน์สาธารณะ รวมทั้งต้องการให้สื่อกำกับดูแลกันเอง การฟ้องหมิ่ นประมาทเช่นนี้ คล้ายกับกำลังทำลายระบบการกำกับดูแลกันเองของสื่อ สถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอสเป็นองค์กรสื่อสาธารณะ ที่มีระบบการกำกับตัวเอง มีมาตรฐานทางจริยธรรมที่ชัดเจน แล้วเพราะเหตุใดกสทช. จึงไม่ร้องเรียนไปยังไทยพีบีเอสว่าไม่ได้รับความเป็นธรรม และขอพื้นที่ในการนำเสนอข้อมูลจากฝ่ายกสทช. และหากไทยพีบีเอสไม่ยินยอมจึงค่อยดำเนินการฟ้องร้อง หากศาลตัดสินว่านางสาวเดือนเด่น และนางสาวณัฏฐา ไม่มีความผิด ใครจะเป็นผู้รับผิดชอบ กสทช.จะกล้าเดิมพัน รับผิดชอบความเสียหายนี้ด้วยตำแหน่งและเกียรติยศของตนเองหรือไม่

นายนคร ชมพูชาติ ทนายความ ระบุว่า และหากผลออกมาไม่เป็นจริงตามที่ยื่นฟ้อง ถามว่า สำนักงาน กสทช.จะรับผิดชอบอย่างไร  และหากกสทช.ชุดใหญ่ เห็นว่า การยื่นฟ้องแบบนี้ ทำถูกต้อง เห็นชอบแล้ว ก็จะเป็นเรื่องใหญ่เหมือนกัน เพราะการมีมติเช่นนี้ ถามว่า กสทช.จะอยู่ร่วมกับประชาชนได้หรือไม่ จะมีความโปร่งใสในการเปิดให้สังคมได้เข้ามาตรวจสอบได้อย่างไร

 
ส่วนกรณีที่ กทค.ยืนยันว่า ไม่ถอนฟ้อง ส่วนตัวมองว่าเป็นเรื่องดี เพราะจะได้สู้กัน  การไต่สวนคดีนี้ จะมีการซักค้าน และนำสืบความ ประเด็นต่างๆ ได้มากพอ 

 
รศ. นายรุจน์ โกมลบุตร อาจารย์ สาขาหนังสือพิมพ์และสิ่งพิมพ์ คณะวารสารศาสตร์ฯ มธ. กล่าวว่า การแทรกแซงสื่อของรัฐบาล มีสาเหตุมาจากรัฐบาลขาดความสามารถในการอธิบายนโยบายแก่ประชาชน เช่น โครงการรับจำนำข้าว โครงการจัดการน้ำ เป็นต้น โดยการแทรกแซงสื่อมีหลายรูปแบบ อาทิ การสร้างบรรยากาศให้เกิดความหวาดกลัวจนเกิดการเซ็นเซอร์สื่อ เช่น การเซ็นเซอร์ละครเหนือเมฆ 2รายการฮาร์ดคอร์ข่าวทางช่อง 5 ถูกตัดเข้าโฆษณาระหว่างการนำเสนอข่าว เค วอร์เตอร์ เป็นต้น หรือการสร้างข่าวเพื่อดึงความสนใจไปจากประเด็นที่รัฐบาลไม่อยากให้ประชาชนสนใจ เช่น กรณีเณรคำ ถูกนำเสนอเป็นข่าวหลักเพื่อเบี่ยงเบนประเด็นทางการเมือง เป็นต้น หรือร่างประกาศ กสทช. เรื่องหลักเกณฑ์การกำกับดูแลเนื้อหารายการ  ที่กำหนดว่าการเสนอข่าวขัดแย้งจะต้องมีคู่กรณีครบทุกฝ่าย ซึ่งหากประกาศใช้จริง จะทำให้ไม่สามารถนำเสนอข่าวขัดแย้งหรือการตรวจสอบรัฐบาลได้เลย หากรัฐบาลเลือกที่จะไม่ให้ข้อมูล

นายวรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง นักวิจัยโครงการติดตามนโยบายสื่อและโทรคมนาคม (NBTC Policy Watch) กล่าวว่า การทำงานของกสทช.ไม่มีความโปร่งใสในหลายๆ ด้าน เช่น เปิดเผยมติของคณะกรรมการกสทช.ล่าช้า ไม่เปิดเผยรายงานการประชุมของอนุกรรมการ รวมทั้งไม่เปิดเผยข้อมูลที่ใช้ประกอบการกำหนดนโยบายของกสทช. มีการใช้งบประมาณในด้านต่างๆ เช่น การไปดูงานต่างประเทศ หรือการซื้อพื้นที่โฆษณาสื่อ เพื่อประชาสัมพันธ์ แต่ไม่มีการเปิดเผยผลการใช้งบประมาณ ทำให้ไม่สามารถตรวจสอบประสิทธิภาพการทำงานของกสทช.ได้ กสทช.จึงควรใช้พื้นที่สาธารณะในการโต้แย้งถกเถียง มากกว่าการไปฟ้องกันในศาล

เวทีเสวนาวันนี้ รศ.รุจน์ แจ้งว่า ได้เชิญ พันเอกเศรษพงค์ มะลิสุวรรณ หนึ่งในกรรมการ กทค. มาร่วมเสวนาด้วย แต่ก็ไม่ได้มา ให้เหตุผลว่า ติดประชุม 

 
วันพรุ่งนี้ คณะกรรมการ กสทช.ชุดใหญ่ จะประชุมร่วมกัน/ นายประวิทย์ ลี่สถาพรวงศา และนางสาวสุภิญญา กลางณรงค์ กรรมการ กสทช. ระบุว่า ได้ทำหนังสือเสนอที่ประชุมให้พิจารณา ว่าการฟ้องหมิ่นประมาททำส่วนบุคคล หรือ ในนาม องค์กร เพราะทั้งสองคน ไม่เห็นด้วยต่อการฟ้องคดีดังกล่าว และพร้อมร่วมเป็นพยายให้ฝ่ายผู้ถูกฟ้อง หากศาลไต่สวน 

 

อีกเวที! 17ก.ย.56 ธรรมศาสตร์ จัดเสวนา“เสรีภาพการตรวจสอบ กับราคาที่ต้องจ่าย:กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ”

“เสรีภาพการตรวจสอบกับราคาที่ต้องจ่าย : กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ”
วันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๒.๓๐-๑๖.๐๐ น.
ห้อง F๔๐๗ อาคารอเนกประสงค์ ๒ ชั้น ๔
คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

จากการที่คณะกรรมการกิจการโทรคมนาคม (กทค.) จำนวน ๔ คน และสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ได้ฟ้องร้อง ดร.เดือนเด่น นิคมบริรักษ์ นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) และนางสาวณัฏฐา โกมลวาทิน ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ไทยพีบีเอส ในข้อหาหมิ่นประมาทจากการเสนอความคิดเห็นคัดค้านการที่ กสทช. ต่ออายุคลื่น ๑๘๐๐ MHz ให้แก่ธุรกิจเอกชนแทนที่จะนำออกประมูล ซึ่งการฟ้องร้องดังกล่าวเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ว่าเหมือนกับเป็นการแทรกแซงเสรีภาพทางวิชาการและเสรีภาพสื่อ

คณะกรรมการองค์การอิสระเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ภาคประชาชน ร่วมกับนักศึกษาปริญญาโทสาขาสื่อสารมวลชนรุ่น ๓๑ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) และศูนย์ข้อมูลกฎหมายและคดีเสรีภาพ โครงการอินเทอร์เน็ตเพื่อกฎหมายประชาชน (iLaw) จึงจะจัดทำโครงการเสวนาทางวิชาการเรื่อง “เสรีภาพการตรวจสอบกับราคาที่ต้องจ่าย :กรณีศึกษา กทค.ฟ้องนักวิชาการและสื่อ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนการปฏิบัติหน้าที่ของ กสทช. ต่อสาธารณะ และเพื่อแสวงหาความรู้ในการรักษาความสมดุลระหว่างการฟ้องคดีเพื่อความเป็นธรรม กับการรักษาเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น

วิทยากรประกอบด้วย พันเอก เศรษฐพงค์ มะลิสุวรรณ ประธาน กทค.(อยู่ระหว่างการประสานงาน) อาจารย์วรพจน์ วงศ์กิจรุ่งเรือง คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา มธ. อาจารย์สาวตรี สุขศรี คณะนิติศาสตร์ มธ. นายนคร ชมพูชาติ ทนายความ ตัวแทนนักวิชาชีพด้านสื่อ และตัวแทนนักวิชาการด้านสื่อ

ขอเรียนเชิญผู้สนใจร่วมกิจกรรมดังกล่าวโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ในวันอังคารที่ ๑๗ กันยายน ๒๕๕๖ เวลา ๑๒.๓๐-๑๖.๐๐ น. ที่ห้อง F๔๐๗ อาคารอเนกประสงค์ ๒ ชั้น ๔ คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน มธ. ท่าพระจันทร์

 
 
ติดตาม

Get every new post delivered to your Inbox.

Join 29,313 other followers